เพลิงตะวัน 2

จ๊ะจ๋าเริ่มทวงถามว่าเมื่อไหร่จะไล่ๆ ให้ตะวันออกไปจากบ้านสักที เพราะนับตั้งแต่ตะวันเผ่านาอยู่ที่ไร่ คุณกับ ธงไทยก็เหมือนจะห่างกันไปเรื่อยๆ ไผ่ (โอ๊ต-สุรศักดิ์ โชติทินวัฒน์) ที่แอบชอบจ๊ะจ๋าอยู่ คอยเป็นคนดูแลปลอบใจ ทั้งเป็นที่รองรับ อารมณ์ของจ๊ะจ๋าทุกครั้ง จ๊ะจ๋าเริ่มคิดหาหนทางที่จะไล่ให้ตะวันออกไปจากที่นี่ จ๊ะจ๋าหาทางกลั่นแกล้งตะวันสารพัด แต่สุดท้ายก็มาลงเอยที่คุณต้องรับกรรมเอง ในที่สุดความโกรธเกลียดก็ทำให้จ๊ะจ๋าหน้ามืดตามัว ถึงขนาดหลอกล่อ ตะวันไปให้จอม ทุกคนตามหาตะวันแต่ไม่พบ จ๊ะจ๋ารู้สึกผิด จึงชี้นำทางให้ลองไปที่รกร้างใกล้ไร่เสี่ยหมู ทุกคนรีบไป มีแต่ไผ่ที่สงสัยในตัวจ๊ะจ๋า ในที่สุดก็พบตะวันนอนสลบอยู่ข้างทาง เนื้อตัวมีร่องรอยการต่อสู้ ธงไทยพาตะวันส่งโรงพยาบาล ผลการตรวจร่างกายตะวันไม่ได้เป็นอะไรมาก และไม่ได้ถูกล่วงละเมิดอะไรก็แล้วแต่ตะวันจำอะไรไม่ได้เลย จำได้แค่เจอจอม และจอมพยายามรังควานแต่หลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้ คืนนั้นตะวันฝันแปลก ในฝันมันเบลอๆ แต่ดูโหดร้ายมาก ในฝันตะวันเห็นแววตาตัวเองดุดัน แต่หลังจากเหตุการณ์วันนั้น ดูเหมือนทุกอย่างจะดีขึ้น จอมหายไปจากชีวิตของตะวัน ไม่มีใครรู้ว่าจอมหายไปไหน แม้แต่เสี่ยหมูเอง ในวันที่ธงไทยตามหาตะวัน หาเท่าไหร่ก็ไม่พบ เขาได้รู้ใจตัวเองว่าชีวิตนี้เขาขาดผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ เมื่อตะวันหายไป เขาเหมือนใจจะขาด และเมื่อพบคุณแล้ว เขาจะไม่ปล่อยคุณไปอีกเด็ดขาด ตั้งแต่คืนนั้นทั้งคู่ ก็เหมือนเป็นเงาของกันและกัน ความหวานแผ่ซ่านไปทั้งไร่เคียงตะวัน แม่นวลรู้สึกได้เลยว่าลูกชายของตน กำลังสุขสบายที่สุดในชีวิต

เสียงกรีดร้องของจ๊ะจ๋าดังไปทั่วทุ่ง หากดอกทานตะวันมีมือคงอุดหูไปแล้ว ธงไทยตัดสินใจจะแต่งงานกับตะวัน แม่นวลเห็นดีเห็นชอบด้วย เพราะตะวันก็ไม่ได้มีอะไรที่เสียหาย ทุกอย่างที่คุณเป็นขณะนี้เกิดจากการอบรม ดูแล ของแม่นวลเอง ฉะนั้น ลูกสะใภ้คนนี้จึงถือว่าได้ดั่งใจที่สุด

ธงไทยโทรไปนัดกับ วิว (กระติ๊บ-ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล) เพื่อให้ขอเข้าไปดูชุดแต่งงาน วิวรู้สึกใจหายและแปลกใจที่อยู่ๆเพื่อให้นที่คุณแอบรัก ก็เสื่อมโทรมาบอกเรื่องแต่งงาน เจ้าสาวเป็นใครคุณก็ยังไม่เคยได้รู้จัก ธงไทยรับปากว่าจะพาว่าที่เจ้าสาวไปแนะนำให้รู้จัก ทั้งยังยังทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้กับวิวว่า ถ้าแต่งงานเมื่อไหร่ จะขอให้วิวเป็นคนออกแบบชุดให้ แต่วิวก็ไม่คิดไม่ฝัน ว่ามันจะรวดเร็วเพียงนี้ อย่างน้อยคนสนิทอย่างคุณน่าจะรู้ระแคะระคายมาบ้าง การเดินทางมากรุงเทพของตะวัน ถือว่าเป็นนัดแรก คุณดูตื่นตาตื่นใจ แววตาเป็นประกาย

คนละโลก 10

กานนเรียกพนักงานสาวในโรงแรมมาพบบนห้อง แต่ด้วยความเมาบวกกับหงุดหงิดเรื่องคลเมขลา เขาจึงร้ายแรงกับหญิงสาวถึงขั้นบีบคอคุณตาย นิลสีเผ่านากับกฎระเบียบ หัวหน้าแม่บ้านในโรงแรมเห็นพนักงานสาวนอนตาค้างก็ตกอกตกใจ นิลสีสั่งให้ระเบียบปฏิบัตินำศพไปจัดการและให้ระเบียบปฏิบัติลาออกพร้อมเงินก้อนหนึ่งเพื่อให้ไม่ให้เรื่องยุ่งยาก ระเบียบปฏิบัติจึงให้บุญ พ่อของบุษย์….น้องชายที่หนีเจ้าหนี้มาหลบอยู่ด้วยจัดการอีกต่อ ด้านนิลสีปลอบใจกานน แต่เปลี่ยนเป็นกานนกลับพึ่งจะรู้สึกตัวว่าชอบวิธีซาดิสม์แบบงี้ นิลสีถึงกับอึ้งและเริ่มหวั่นไหวกับพฤติกรรมของลูก นิลสีเลยตัดสินใจประกาศขายหุ้น เพราะต้องการพากานนไปรักษาตัว ทิเบตรู้จึงให้ทนายจัดการซื้อหุ้นทั้งหมด ทำให้ตอนนี้ โรงแรมมีหุ้นส่วนสองคน คือ ทิเบตและคุณหญิงศรีเมือง
กานนไม่ยอมไปรักษาตัว นิลสีกลุ้มใจมาก แต่ก็ไม่กล้าขัดใจลูกชาย กานนจึงอยู่ที่นี่ในฐานะพนักงานคนหนึ่ง ตอนนี้กานนเทียบอะไรกับทิเบตไม่ได้ซักนิด กานนได้แต่เก็บความแค้นเอาไว้ในใจ
ทิเบตเข้าไปแนะนำตัวกับคุณหญิงศรีเมืองว่าเป็นหุ้นส่วนรายใหม่ เขาทำการบ้านมาแล้วว่าคุณหญิงศรีเมืองชื่นชอบของเก่า เขาจึงชวนคุณหญิงศรีเมืองพูดคุยเรื่องนี้ และชวนนางไปดูของเก่าที่เขาเก็บสะสมไว้ คุณหญิงศรีเมืองถูกชะตากับทิเบตอย่างมาก เค้าเป็นสุภาพบุรุษน่าชื่นชม
ด้านนิโลบลหมดเงินไปกับการออกงานสังคม ซื้อของแบรนเนม จึงไปยืมเงินคลเมขลาอ้างว่านำไปหมุนในบริษัท คลเมขลาคิดว่าจำนวนเงินที่นิโลบลขอคุณยังพอช่วยได้จึงตกลง ขณะที่ปุราณมุ่งมั่นจะทำการค้าแต่งบลงทุนบานปลายจึงขอกู้เงินทิเบตเรื่อยๆ จนเขาเป็นหนี้ทิเบตหลายสิบล้าน ที่เค้างบบานปลายเพราะนักธุรกิจที่ร่วมทุนกับปุราณเป็นคนของทิเบต
ปุราณมีปัญหาเรื่องงานจึงสมุทราะกับคลเมขลาบ่อยครั้ง ทิเบตแสร้งทำเป็นเห็นอกเห็นใจ และเริ่มพาตัวเผ่านาพัวพันกับคลเมขลามากขึ้น
เพราะปุราณทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ทำให้คุณหญิงศรีเมืองดูถูก และเริ่มไม่ปลื้ม ผิดกับทิเบตที่ตอนนี้กลายมาเป็นแขกประจำบ้าน ทิเบตหาทางใกล้ชิดคลเมขลา แต่อีกด้านก็ปั่นหัวนิลปัทม์จนคุณรักเค้าจนถอนตัวไม่ขึ้น ทิเบตยังทำทุกอย่างไปตามแผน เขาให้คลเมขลามาช่วยงานเค้าแทนตำแหน่งหัวหน้าข้างประชาสัมพันธ์ และไล่กานนออก แต่กานนขอร้องให้คลเมขลาช่วยอ้างว่าอยากทำงานช่วยครอบครัว แต่ที่จริงต้องการ

ดูดวงไพ่ยิปซี 12 ราศี ประจำวันที่ 28 ตุลาคม – 3 พฤศจิกายน 2556 ภาคต่อ5

          ธุรกิจ การงาน Seven of Pentacles งานด้านเกษตร กสิกรรม อฆ่าิมทรัพย์ให้ผลดีแก่คุณ เป็นตอนๆสั่งสมประสบการณ์ อาจได้ฟื้นทักษะ หรือนำความชำนาญที่มีติดตัวมาก่อนใช้ให้เป็นประโยชน์ ผลชดเชยต่าง ๆ ถือว่ามั่นคง

 

          คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น Three of Wands สายสัมพันธ์ใหม่ ๆ อาจนำปัญหามาให้ การพบปะผู้คนใหม่ ๆ หรือการขยายงานออกไปข้างหน้า มีเรื่องที่คุณต้องรอบคอบให้มาก

 

          คำแนะนำพิเศษ The High Priestess ไพ่ใบนี้บางครั้งแสดงถึงการใช้สัญชาตญาณในสิ่งที่ดูไร้เหตุผล นั่นหมายความว่าให้เชื่อความคิดแวบแรกของตนดูบ้าง ในเรื่องต่าง ๆ ที่ผ่านเผ่านาในชีวิต หรือสิ่งที่จำเป็นจะตัดสินใจ

 

 

  ราศีกันย์ Virgo (17 ก.ย. – 16 ต.ค.)

 

 

          เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ King of Wands หากคุณเป็นเจ้าของกิจการ เรียกว่าตรงเวลาที่ดีมาก ๆ เชียวล่ะ จะได้แสดงความสามารถให้คนทั่วไปได้ประจักษ์ มีผู้เห็นผลงาน ส่วนลูกน้องลูกจ้าง จะได้รับการยกย่องชมเชย การงานโดดเด่น ได้รับการช่วยเหลือจากเป็นอย่างดี

 

          ความรัก ความเกี่ยวพัน Ten of Pentacles ความเกี่ยวเนื่องมั่นคง อยู่กินหรือใช้ชีวิตร่วมกันแล้วมีความบริบูรณ์มั่งคั่ง ได้รับการส่งเสริมจากครอบครัว หากกำลังคิดแผนงานมงคลสมรส งานหมั้น จะเป็นไปด้วยดี

 

          สภาพการณ์การเงิน Six of Wands หากคุณรอคอยเงินก้อนอะไรอยู่ กำลังใกล้เผ่านาแล้ว แต่ถ้าขณะนี้กำลังเริ่มโปรเจ็คท์อะไรใหม่ ๆ การเบิกจ่ายต่าง ๆ ต้องรอต่อไปอีกหน่อย

 

          ธุรกิจ การงาน The Hermit คุณอาจมีคำถามว่า เป้าหมายของตนอยู่ที่ไหน ต้องการการไตร่ตรอง ค้นหาเส้นทางของตน บางคนจะหยุดงานออกไปศึกษาต่อ หรือใช้เวลากับการทุ่มเทคิดค้น ทำงานวิจัย ไม่ค่อยได้สังคมกับชาวโลกมากนัก

          คำเตือนหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น The Tower ดังที่บอกไว้หลายครั้งค่ะ ไพ่ใบนี้เกี่ยวพันกับสิ่งที่ไม่คาดฝัน ทำให้ตระหนกตระหนกตกใจ หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่หลายครั้งก็ก็แค่สร้างความสะเทือนทางอารมณ์ แล้วกลับนำสิ่งดี ๆ มาให้ ลองจับตาดูสภาพการณ์รอบตัว ว่าจะเป็นเรื่องอะไร

 

          คำแนะนำพิเศษ Two of Wands ลองมองหาใครสักคนที่จะเป็นมิตรแท้ของคุณ ช่วยเหลือให้คำแนะนำปรึกษา คุณอาจมีคนที่ว่านี้อยู่ข้าง ๆ แล้วแต่มองไม่เห็น

 

  ราศีตุลย์ Libra (17 ต.ค. – 15 พ.ย.)

  

          เรื่องสำคัญของคุณในสัปดาห์นี้ Eight of Cups พบความไม่สะดวกสบาย การเดินทางไม่ราบรื่น หรือจำใจต้องเดิน

เพชรกลางไฟ 5

นางแสง ยายของอุรวศี ล้มป่วยหนัก อุรวศีอาสามานอนเฝ้านางแสงโดยไม่บอกให้ใครรู้ นางแสงก็เสียชีวิตภายหลังที่เรือนปั้นหยาถูกไฟไหม้และรู้ว่าท่านชายวิสสุกรรมสิ้นชีพิตักชัย ที่เรือนของอุรวศีก็เกิดเพลิงไหม้ สาเหตุของไฟเกิดจากการเผากิ่งไม้ใบไม้ที่หม่อมต่วนเป็นคนสั่งให้เผา เอาไฟยังไม่ดับดี ก็เกิดแผ่ขยายไปติดกับตัวเรียน เป็นเหตุให้มีคนเสียชีวิตสามคน คือ คุณสร้อย ผิน (แม่ของจัน) และบ่าวของคุณสร้อย แต่คนภายนอกเข้าใจว่าหม่อมสลวยกับอุรวศีอยู่ในบ้านหลังนั้นและเสียชีวิตไปแล้ว ทุกคนจึงปล่อยให้เข้าใจผิดไปแบบนั้น เพราะหวาดกลัวว่าหากหม่อมต่วนรู้ว่าหม่อมสลวยและอุรวศียังไม่ตาย ก็จะหาโอกาสรังควานกันอีกไม่มีที่สิ้นสุด จางวางสมเสนอให้หม่อมสลวยกับอุรวศีหนีไปอยู่ที่นครสวรรค์กับบุญทันจะได้พ้นเงื้อมมือของหม่อมต่วน ขณะที่หม่อมต่วนก็ล้มเจ็บหนักเนื่องมาจากความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกัดกินจิตใจ

ที่บ้านของอนล คุณหญิงรัชปาลีที่ป่วยกระเสาะกระแสะภายหลังที่อนึกฆ่าตัวตาย ไม่นานคุณหญิงรัชปาลีก็เสียชีวิตลงเช่นกัน อนลได้ข่าวจากเกื้อว่าอุรวศีสิ้นเพราะชมม์ในกองไฟพร้อมหม่อมสลวย ก็ยิ่งสะเทือนใจมาก ดวงแขกับบิดมารดามาร่วมงานศพของคุณหญิงรัชปาลีเพราะหวังจะกลับมาสานสัมพันธ์กับอนลอีกที อนลตัดสินใจออกจากพระนคร ไปรับตำแหน่งอักษรเลขที่เมืองนครสวรรค์ตามคำชักชวนของพระยาไกรเพชรรัตน์ ดวงแขพยายามเผ่านาใกล้ชิดกับอนลมากขึ้น เพราะคิดว่าอนลอาจจะมีเยื่อใยอยู่บ้างจากตอนที่เคยเป็นคู่หมั้นกัน แต่อนลก็ไม่เคยเปิดใจให้ดวงแขเลยสักครั้ง

ด้านอุรวศีหลบหนีหม่อมต่วนไปอาศัยอยู่ในเรือนแพที่เมืองนครสวรรค์ และเปลี่ยนชื่อเป็นอุษา โดยมีจัน กับ ผ่อง พี่สาวของสลวยติดตามไปด้วย ผ่องมีความสามารถด้านการทำอาหาร จึงทำขนมจีนน้ำยาขายที่หน้าแพ ทำให้อุรวศีต้องออกมาช่วยงานบ่อย ๆ ถึก กับ คล้อง บ่าวชายของอนลแวะมาซื้อขนมจีนน้ำยาไปให้จึง จึงหว่านล้อมให้อนลกินขนมจีน ระหว่างที่อุรวศีกับจันพากันไปเก็บผักเพื่อให้จะมาขาย ก็เกิดอุบัติเหตุเรือชนกับเรือของอนลเข้า อนลเห็นหน้าอุรวศีก็จำได้ทันที อุรวศีกับจันรีบกลับเรือนแพเพราะกลัวความแตกผ่อง หม่อมสลวยและบุญทันช่วยกันโกหกเอาตัวรอด แต่อนลก็ไม่เชื่อ จึงสั่งให้ถึกกับคล้องคอยจับตาดูเวลาที่ผ่องกับจันออกจากบ้านไป เมื่อสบโอกาส ก็เข้าไปในเรือนแพเพื่อให้จับผิดให้อุรวศีปฏิเสธไม่ได้ อนลยินดีมากที่รู้ว่าอุรวศียังไม่ตาย และตั้งปณิธานว่าขอติดตามอุรวศีไปตลอดชีวิต

ดวงแขคิดแผนรวบรัดอนลให้แต่งงานด้วย ด้วยการเข้าไปในเรือนที่อนลพักอยู่ยามวิกาล อนลเห็นทำไม่ดี จึงหลบไปอีกห้องก่อน เมื่อคุณหญิงไกรเพชรรัตน์เผ่านาตามที่ตกลงกันไว้กับดวงแข จึงเอาผิดอนลไม่ได้ แต่คุณหญิงก็ยังรับรองให้อนลรับผิดชอบ อนลจึงขอลาออกจากตำแหน่งอักษรเลข เมื่อพระยาไกรเพชรรัตนรู้เข้าก็ไม่พอใจคุณหญิงกับดวงแขมากที่สิ้นคิด ใช้วิธีต่ำช้าเพื่อให้มัดมือชกอนลให้เป็นลูกเขย พระยาไกรเพชรรัตน์ไปขอร้องอนลไม่ให้ลาออก แต่จะฝากฝังให้ไปทำงานกับเจ้าเมืองอุทัยธานีแทน

สายโลหิต2538

ดาวเรือง เป็นเด็กสาวที่เกิดในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ที่คุณย่ารักและเอ็นดูเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าดาวเรืองกำพร้ามาตั้งแต่เด็กจึงได้อยู่ในความปกครองของคุณย่าเสมอมา เธอมีพี่ชายชื่อหลวงเสนาสุรภาค และพี่สาวชื่อลำดวน พออายุได้10ปี ส่วนลำดวนอายุได้ 20 ปี ก็ตกลงใจว่าจะแต่งงานกับหลวงเทพฤทธิ์อริศัตรูพ่าย พี่ชายร่วมเลือดกับขุนไกร หมื่นทิพเทศาบุตรซึ่งเป็นผู้ชายมักมากในกามนักเลงหัวไม้คนนี้ชอบบังคับให้ดาวเรือง ส่งเพลงยาวให้กับแม่หญิงเยื้อนน้องสาวของขุนไกร เมื่อขุนไกรจับได้ดาวเรืองจึงรับสารภาพว่าส่งเพลงยาวให้จริง เนื่องจากหมื่นทิพย์เทศาบุตรได้รู้มาว่าเธอหนีไปเที่ยวคุกกับแม่ครัว ขุนไกรได้ขออนุญาตคุณย่าแล้วพาดาวเรืองไปเที่ยวรองเมืองกรุงศรีให้หนำใจ ความเป็นเด็กและช่างซักถามทำให้ขุนไกรเอ็นดูดาวเรืองเป็นอย่างมาก หมื่นทิพแค้นใจมากที่ขุนไกรมาขัดขวางทางรักของเขาจึงพยายามไปมาหาสู่แม่หญิงเยื้อนบ่อยๆจนกระทั่งสาวเจ้าเริ่มมีใจให้ ทำให้ขุนไกรแค้นเคืองมากแต่ก็ไปห้ามไม่ได้ เพราะตนเองมีศึกที่จะต้องสู้รบกับพม่าในช่วงนั้น

จนกระทั่งดาวเรืองอายุได้ 13 ปี ศึกนี้เริ่มรุกหนักมากยิ่งขึ้น พันสิงห์ลูกน้องของขุนไกรบาดเจ็บหนักจนได้รับการช่วยเหลือจากนางเยื้อน พี่เลี้ยงของดาวเรืองที่อาศัยอยู่กับคุณย่าทั้งสองชอบพอกันจนกระทั่งอยู่กินด้วยกันในที่สุด ส่วนขุนไกรถูกส่งมารักษาที่บ้านครณดาบ ก็ได้ขอย้ายไปอยู่ที่หัวเมืองเหนือเพราะไม่อยากอยู่ร่วมชายคาเดียวกันกับหมื่นทิพ ที่ตอนนี้หมั้นหมายกับแม่หญิงเยื้อนเรียบร้อยแล้ว เมื่อพันสิงห์กับนางเยื้อนรู้เข้าจึงขอติดตามไปกับขุนไกรด้วย และในเวลาต่อมาขุนไกรได้เลื่อนยศเป็นหลวงไกร และเขาได้บังเอิญไปได้ยินคำพูดหลุดปากจากขุนทิพว่าเคยลวนลามดาวเรือง หลวงไกรไม่พอใจมากจึงรีบไปขอดาวเรืองหมั้นหมาย ซึ่งก็ได้รับการตอบรับด้วยดี ขุนทิพย์แค้นใจมากเมื่อรู้หลวงไกรจะแต่งงานกับดาวเรือง เขาจึงกลั่นแกล้งหลวงไกรด้วยการให้ย้ายไปที่เมืองธนบุรีในวันแต่งงานคืนนั้น เจ้าสาวอย่างดาวเรืองจึงต้องอยู่ลำพังอย่างเดียวดายในเรือนหอคืนนั้น คุณย่าซึ่งสงสารดาวเรืองอย่างจับใจจึงได้ย้ายมาอยู่ด้วยกัน จนกระทั่งคุณย่าได้สิ้นใจตายที่นั่น ซึ่งก่อนที่คุณย่าจะสิ้นใจตายนั่นเองเธอได้ทำนายว่าในอนาคตกรุงศรีอยุธยาจะแตก พม่าจะบุกพังทลายจนเมืองราบเป็นหน้ากลอง เรื่องราวจะเข้มข้นแค่ไหนต้องติดตามต่อไปใน สายโลหิต ทางช่องเจ็ด

มือปืนพ่อลูกติด

บรรยากาศสวนสาธารณะซึ่งนายจอน อ่อนหวาน บัณฑิตชายหนุ่มหล่อจากคณะวนศาสตร์ผู้กลายมาเป็นคนขับรถแท็กซี่ เพราะพิษเศรษฐกิจ ขับรถมาส่งลูกค้านั้นสวยงาม จนเขาถึงกับต้องลงมาสูดอากาศบริสุทธิ์ แต่ก็กลับเกิดเหตุการณ์โจรกระชากกระเป๋า จอนจึงทำหน้าที่ประชากรดีตามที่พ่อแม่สอน และใช้วิชามวยไทยที่เคยขึ้นชกหาเงินส่งเสียตัวเองเรียนจัดการกับโจร แต่โชคร้ายที่เขาถีบโจรล้มไปกลางวงซึ่งมานพ สัตวแพทย์ชายหนุ่มจัดไว้อย่างสวยงาม เพื่อให้ขอนันณภัส บัณฑิตป้ายแดงจากคณะบริหารธุรกิจแต่งงาน มานพโมโหต่อว่าจอนและดูถูกอย่างแจ่มแจ้งผิดกับนันณภัสที่กล่าวขอโทษและชื่นชมเขา เมื่อเจ้าของกระเป๋าตามมารับของคืนจากจอนและให้เงินชดเชย แต่เขาปฏิเสธ ทำให้นันณภัสแอบประทับใจในตัวจอน ขณะที่จอนเองก็ประทับใจในความไม่ถือตัวของนันณภัส และนี่ก็เป็นจุดเริ่มรักแรกพบของเขาที่ไม่อาจเป็นจริงได้ หลังจอนคล้อยหลังไปไม่นานก็เกิดเหตุอีก แผนขอแต่งงานของมานพล่ม เพราะความสามารถของชิดชนก เมียลับของมานพที่ตามมาด่าทอ นันณภัสวิ่งหนีไปด้วยความอับอายและโบกรถแท็กซี่เรียกให้ไปส่งบ้าน โดยไม่ทันได้สังเกตว่าเป็นรถจอน

มานพพยายามอ้างกับชิดชนกว่าต้องคบหากับนันณภัส เพราะคุณเป็นผู้สืบสกุลคนเดียวของบริษัทในเครือมังกรพัฒนา ซึ่งจะทำให้เขาได้เงินมาเปิดโรงพยาบาลสัตว์ตามความฝัน และมีเงินให้ชิดชนกใช้ ทำให้ชิดชนกยอมอ่อนข้อลง ด้านนันณภัสไม่รู้จะไปไหนเพราะยังเสียใจอยู่จึงขอลงกลางทาง จอนแอบเป็นห่วง เพราะแถวนั้นค่อนข้างเปลี่ยวจึงขับรถย้อนกลับมาดูและพบว่านันณภัสกำลังถูกลวนลามจนเสื้อผ้าหลุดลุ่ย จอนรีบเข้าไปช่วยนันณภัสที่หมดสติไปทันทีและพาไปส่งโรงพยาบาล

นันณภัส หรือ หลิน หลานสาวกำพร้าพ่อแม่ตั้งแต่แบเบาะหายไปทั้งคืนทำให้ อาม้า ผู้เป็นย่าและประมุขใหญ่ของบ้านเป็นห่วง ผิดกับกานดา หรือ ซ้อกิมเฮง ป้าสะใภ้ที่แม้จะเลี้ยงดูนันณภัสมาหลังจากพ่อแม่ของคุณเสียชีวิต แต่กานดาไม่ได้ห่วงนันณภัส เพราะกลัวคุณจะมาเป็นตัวหารสมบัติเสี่ยมังกร สามีของคุณและเป็นลุงแท้ ๆ ของนันณภัส นอกจากอาเปา ลูกนอกกฎหมายของเถ้าแก่เล้ง สามีอาม้าที่เกิดกับคนใช้ ทั้งกานดาและอาเปาเหมือนจะไม่ถูกกันต่อหน้าทุกคน แต่ลับหลัง ทั้งคู่หวังกำจัดนันณภัสออกจากกองมรดก และที่สำคัญกว่านั้น คือทั้งคู่ลอบเป็นยก้กัน โดยที่อาม้าและเสี่ยมังกรไม่เคยระแคะระคาย

ด้านเสี่ยมังกรไม่ได้สนใจหลานสาวนัก เพราะกำลังทุ่มเทเวลาเพื่อให้ดูแลอรวี หรือ อ้อ สาวสลัมกร้านโลกที่เขาจ้างมาอุ้มท้องแทนกานดาที่เป็นหมัน แต่ไป ๆ มา ๆ ดันได้อรวี เป็นเมียน้อยและคุณก็ท้องลูกของเสี่ยมังกรจริง ๆ โดยที่กานดาไม่เคยรู้ อาม้าเองก็เช่นกัน นางเข้าใจว่ากานดากำลังตั้งครรภ์หลานชายที่จะเป็นผู้สืบสกุลเพียงคนเดียว ตามแผนของเสี่ยมังกร เพราะพินัยกรรมของแม่กับพ่อที่บอกว่าจะยกสมบัติส่วนใหญ่ให้หลานชายคนแรก กานดาจำต้องเล่นเป็นคนท้องเพื่อให้ความสมจริงเพื่อให้สมบัติ จนกว่าอรวีจะคลอด แล้วรับเงินก้อนโตแลกกับลูกในท้อง

แวววรรณ สาวห้าวสุดแกร่ง เพื่อให้นสนิทของนันณภัสรู้ว่าเพื่อให้นรักหายตัวไปก็เป็นห่วงมาก พยายามจะไปแจ้งความกับผู้กองวาทินทร์ นายตำรวจชายหนุ่มไฟแรง แต่เพราะเพื่อให้นยังหายไปไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง วาทินทร์จึงไม่รับแจ้งความ ทำให้แวววรรณโมโหและโวยวายใส่วาทินทร์อย่างไม่ไว้หน้า กระทั่งแวววรรณได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาลให้ไปรับตัวนันณภัส ทำให้แวววรรณแอบอายที่ตีโพยตีพาย แต่ไม่ยอมขอโทษ วาทินทร์จำแวววรรณได้ฝังใจที่กล้าต่อว่าเขาต่อหน้าลูกน้อง

แวววรรณมาถึงโรงพยาบาล แต่ไม่พบจอนที่ช่วยเหลือนันณภัส ส่วนนันณภัสเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าลืมโทรศัพท์ไว้ จึงโทรหาจนรู้ว่าจอนเก็บไว้ให้และจะนำมาคืนที่บ้าน นันณภัสจึงรอที่จะขอบคุณเขา แต่ก็มีเหตุให้คุณเข้าใจว่าจอนเป็นคนเห็นแก่เงิน เพราะความสามารถของทรงยศ มือขวาเสี่ยมังกรที่แอบรักนันณภัส เขาเขม่นจอนตั้งแต่ตอนแรกเห็นจึงไม่ยอมให้พบนันณภัสและใส่ไฟจนนันณภัสเข้าใจผิด ดีที่แวววรรณเห็นเหตุการณ์จึงแก้ตัวให้จอน นันณภัสรู้สึกผิดแต่ไม่มีโอกาสได้ขอโทษเขาแล้ว จอนเองก็รู้สึกต่ำต้อยเกินไปสำหรับนันณภัส เพราะคำพูดตอกย้ำของทรงยศ จึงไม่คิดหวังที่จะพบกับคุณอีก

มานพโทรศัพท์มาอธิบายกับนันณภัสว่าชิดชนกเป็นแค่ผู้หญิงที่มาตามตื้อเขาแค่นั้นตอนแรกนันณภัสไม่เชื่อ แต่เมื่อชิดชนกโทรศัพท์มาขอโทษและรับรองว่าจะไม่ยุ่งกับมานพอีก อาม้าเห็นมานพมีอนาคตจึงพูดกับนันณภัสให้ยอมอภัย หญิงสาวจำใจทำตามที่อาม้าบอก โดยตระหนกตกใจจะแต่งงานกับมานพ จอนเห็นข่าวนันณภัสจะแต่งงานก็เป็นห่วง เพราะเขาเคยเห็นมานพกับชิดชนกอยู่ด้วยกันอย่างแฟนเหมือนเดิม แต่ก็ไม่กล้าวุ่นวายมากนัก ด้านอรวีเกิดผูกพันกับลูกในท้อง และนี่ก็ใกล้เวลาคลอดเต็มที คุณจึงตัดสินใจจะใช้วันแต่งงานของนันณภัสหนี แต่พอถึงวันจริง คุณก็ไปไม่รอด เพราะถูกลูกน้องทรงยศจับได้ เสี่ยมังกรรู้เรื่องจึงสั่งขังอรวีที่ผับหรูใจกลางเมืองซึ่งแอบซ่อนบ่อนลับไว้ภายใน ขณะเดียวกัน ที่งานแต่งก็ล่มไม่เป็นท่า เมื่อชิดชนกมาประกาศตัวว่ากำลังตั้งครรภ์กับมานพ ทำให้นันณภัสอับอายหนีออกจากงานไปขึ้นแท็กซี่ซึ่งจอนมาซุ่มดูนันณภัสด้วยความเป็นห่วง เขาพาคุณไปพักริมสมุทรเพื่อให้ผ่อนคลายก่อนจะพากลับมาส่งบ้านตามที่คุณขอร้อง นันณภัสขอบคุณจอนและขอโทษที่เคยเข้าใจจอนผิด ทำให้จอนรู้สึกดีกับคุณมากขึ้น

ซ่อนเงารัก

“ไม่มีใครอยากเป็นเงา เพราะเราต่างมีตัวตนของตนเอง”
“สุดท้ายเราจะรู้ว่าถ้า เรารักใครมากพอ เราจะยินดีให้อิสระแก่เขา มากกว่าจะเก็บเขาไว้เป็นของเราเพียงคนเดียว”

เรื่องราวของ นลิน หญิงสาวที่คลอดลูกออกมาเป็นแฝด แต่การคลอดลูกแฝด ไม่น่าตกอกตกใจเท่าการที่ลูกของคุณเป็นแฝดชายหญิง!! เมื่อนลินรู้ว่าลูกคนหนึ่งของคุณเป็นผู้ชาย คุณตั้งอกตั้งใจอย่างแรงกล้าที่จะเก็บความลับนี้ไว้กับตัวคนเดียว ด้วยความอยากปกป้องลูกให้พ้นจาก อดีตอันเลวร้ายที่คุณเคยพบเจอมา คุณตั้งชื่อให้ลูกของคุณว่า ขวัญเอย กับ ขวัญมา เพื่อให้อำพราง ให้คนคิดว่าคุณมีลูกแฝดเป็นผู้หญิงทั้งสองคน จำเป็นที่จะต้องไม่มีใครรู้ว่าขวัญเอยเป็นผู้ชาย!!

นลิน หรือชื่อเดิมคือ เพียงขวัญ ไม่ต้องการให้ใครรู้ว่าคุณมีลูกชาย โดยเฉพาะ แทนไท ผู้ชายที่คุณไม่ได้รัก แต่ใช้กำลังบังคับและทำให้คุณท้องอย่างไม่เต็มใจ คุณจึงแอบหนีมาโดยที่ แทนไทไม่รู้สึกตัว และไม่รู้ว่าคุณกำลังตั้งท้องอยู่ ทำให้แทนไทแทบคลั่งตามหานลินแทบพลิกแผ่น ดิน หนำซ้ำ เจ้าสัวธำรง ผู้เป็นพ่อยังกดดันแทนไทให้รีบมีผู้สืบสกุลเป็นผู้ชาย เอาไว้สืบสกุลและ สืบต่อธุรกิจ สิ่งที่นลินต้องกล้ำกลืนฝืนทนจากแทนไททำให้เพียงขวัญ หรือ นลินทั้งเกลียดชัง และเจ็บแค้น เพราะมองว่ามันคือ ความเห็นแก่ตัวของผู้ชาย!! และคุณจะไม่มีวันให้แทนไท มาพรากลูกชายของคุณไปสืบสกุลชั่ว ๆ ของแทนไทอย่างเด็ดขาด

นลินเลี้ยงดูลูกแฝดมาเพียงลำพัง โดยไม่เคยบอกเรื่องขวัญเอยเป็นเด็กผู้ชายกับใคร มีเพียง อนุชิต บุรุษพยาบาลเพื่อให้นข้างบ้านที่รู้ว่าแท้จริงแล้ว ขวัญเอยเป็นผู้ชาย!! เข้าโดยบังเอิญ อนุชิตถามหา เหตุผลและความจริงที่เกิดขึ้นกับขวัญเอย พร้อมต่อว่านลินว่าทำอย่างงี้ไม่ถูก ทำไมไม่เลี้ยงลูกในสิ่งที่ลูกเป็น นลินตอกกลับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของคุณกับลูก คุณมีวิธีเลี้ยงลูก ของคุณเอง

นลินยิ่งเข้มงวดกับขวัญเอยมากขึ้น เพราะกลัวว่าความลับนี้จะรั่วออกไป ในขณะที่คุณ ไม่ได้เป็นห่วงขวัญมามากนัก เพราะขวัญมาไม่มีความลับที่ต้องปกปิด นลินเริ่มสอนหนังสือให้ ขวัญเอยด้วยตัวเอง และเน้นการเรียนแบบโฮมสคูล จำกัดรอบๆขวัญเอย ไม่ให้ออกไปไหนไกล สายตา ในขณะที่ขวัญมาได้ไปโรงเรียน ได้มีเพื่อให้นได้ใช้ชีวิตอย่างที่เด็กควรจะเป็น ส่วนขวัญเอย ไม่เคยได้ไปไหน หรือทำอะไรตามใจ แต่ขวัญเอยก็ยอมทำทุกอย่างให้แม่สบายใจ แม้จำเป็นต้องใช้ ชีวิตและแต่งตัวเป็นเด็กผู้หญิงก็ตาม จนเมื่อนลินบังคับให้ขวัญเอยกินยาคุม เพื่อให้ควบคุมไม่ให้ ขวัญเอยมีฮอร์โมนและแสดงออกแบบเด็กผู้ชาย ช่วงแรกเขาไม่รู้ว่ามันคืออะไรจึงยอมกินแต่เมื่อ ร่างกายของเขาเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง ขวัญเอยได้รู้ว่าแม่กำลังจะพยายามเปลี่ยนให้เขาเป็น ผู้หญิง!! ขวัญเอยเริ่มหยุดการกินยาคุม แอบทิ้งบ้าง ไม่กินบ้าง จนนลินรู้เข้าก็จับขวัญมา เฆี่ยนตีอย่างร้ายแรง เพื่อให้บังคับขวัญเอยให้กินยาคุมต่อไป นลินเลี้ยงลูกทั้งสองคนมาด้วยวิธีการ ของตนจนเติบโต สองพี่น้องคอยช่วยเหลือ และรักกันมาก เพราะหากคนหนึ่งทำผิด อีกคนจะ ต้องถูกทำโทษไปด้วย

เมื่อขวัญมาเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ได้รู้จักกับ ใต้ฟ้า ที่เรียนคณะเดียวกัน ใต้ฟ้าแอบชอบ ขวัญมาแต่ก็ไม่เคยบอก จนกระทั่งวันหนึ่ง เหนือเมฆ พี่ชายของใต้ฟ้า มาหาใต้ฟ้าที่มหาวิทยาลัย และได้เจอกับขวัญมา เขารู้สึกดีกับขวัญมาทันทีและเริ่มเข้าหา แต่ขวัญมาก็ยังเว้นระยะเอาไว้ แม้ในใจจะเริ่มหวั่นไหวกับเหนือเมฆเช่นกัน ส่วนขวัญเอยอยากทดสอบความเป็นชายของตนเอง จึงแอบไปอ้อนวอนจากอนุชิตซึ่งไม่เคยเห็นด้วยกับนลินอยู่แล้ว อนุชิตจึงเริ่มสอนให้ ขวัญเอยแสดงออกอย่างผู้ชาย ทั้งการแต่งตัว และบุคลิกท่าทาง

ขวัญเอยอยากออกไปนอกบ้านในฐานะผู้ชาย อนุชิตอาสาพาออกไปโดยให้ขวัญมาช่วย ปกปิดความลับ แล้วขวัญเอยก็บังเอิญได้เจอกับเหนือเมฆ เหนือเมฆเมื่อเห็นขวัญเอย ก็ได้แต่ สงสัยเพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นขวัญมา แถมยังทำท่าเหมือนไม่เคยรู้จักกัน ทั้ง ๆ ที่ก็เคยพบกัน มาก่อน (ขวัญเอยและขวัญมามีหน้าตาที่เหมือนกันมาก ถ้าไม่ใช่นลินก็ไม่มีใครแยกออก) สายตาที่เหนือเมฆมองขวัญเอยทำให้ขวัญเอยใจเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ขวัญเอยพยายาม สลัดความรู้สึกนั้นออก แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ทั้งที่พยายามพร่ำบอกตัวเองและต่อต้านแม่มา ตลอดว่าเขาเป็นผู้ชาย ขวัญเอยพยายามปลีกตัวออกมาจากเหนือเมฆ เพราะสับสนกับความรู้สึก ของตน จนได้เจอกับดุจดาว ทั้งคู่ได้พูดคุยกันขวัญเอยพยายามที่จะรู้สึกกับดุจดาวแบบเดียว กับที่เขารู้สึกกับเหนือเมฆ แต่ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ ก็ไม่สามารถบังคับความรู้สึกของตนเองได้ ในขณะเดียวกัน ดุจดาวที่ได้คุยกับขวัญเอยกลับรู้สึกถูกคอ และหลงเสน่ห์ของขวัญเอยทันที

ขวัญเอยคุยกับดุจดาวอย่างถูกคอ โดยที่ไม่รู้เลยว่าดุจดาวเป็นบุตรสาวของ แทนไท!! ที่แต่งงานใหม่กับ ยลดา ผู้หญิงที่เจ้าสัวธำรง หามาให้แทนไทตามโหงวเฮ้งผู้หญิงวาสนาดี หวังว่ายลดาจะมีลูกชายเพื่อให้เป็นผู้สืบสกุลไว้สืบสกุล แต่เหมือนโดนสาป ยลดาก็ไม่สามารถมีลูกชาย ให้ได้เช่นเดียวผู้หญิงคนอื่น ๆ ในเมื่อแทนไทไม่มีลูกชาย เจ้าสัวธำรงจึงกำหนดให้ ดุจดาวต้องแต่งงานกับเหนือเมฆ เพื่อให้สืบต่อธุรกิจต่อไป เพราะทั้งสองบ้านมีความสนิทชิดเชื้อกัน เป็นทุนเดิม ถ้าดุจดาวได้ลูกชายเจ้าสัวธำรงขอให้มาใช้นามสกุลของตนเอง แต่ดุจดาวไม่ได้รู้สึก อะไรกับเหนือเมฆไปมากกว่าพี่ชาย เหนือเมฆเองก็เช่นกันจึงถ่วงเวลาออกไปเรื่อย ๆ

หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยใต้ฟ้าชวนขวัญมา เผ่านาทำงานที่บริษัทของเหนือเมฆ ด้วยกัน ยิ่งได้ใกล้ชิดเหนือเมฆก็ยิ่งรู้ว่าตนรู้สึกพิเศษกับขวัญมามากกว่าผู้หญิงทุกคน ติดอยู่ก็ตรง ที่ไม่กล้าแสดงออกมามากนัก เพราะรู้ว่าน้องชายอย่างใต้ฟ้าแอบหลงรักขวัญมาเช่นเดียวกัน ผิด กับขวัญมาที่ไม่เคยรู้สึกอะไรกับใต้ฟ้าเกินกว่าคำว่าเพื่อให้น แต่กลับรู้สึกพิเศษทุกครั้งที่ได้อยู่กับ เหนือเมฆ และทุกครั้งที่ขวัญมาเจอปัญหาที่ทำงาน ก็จะเป็นขวัญเอยที่เข้าไปช่วยแก้สภาวะ ให้ในคราบของขวัญมาโดยที่ไม่เคยมีใครรู้ แต่ทุกครั้งที่ขวัญเอยปรากฎตัวในคราบของขวัญมา กลับยิ่งทำให้เหนือเมฆประทับใจมากขึ้นทุกที

ในที่สุดแทนไทก็ได้รู้ว่านลินมีลูกกับเค้าจริง ๆ ที่สำคัญเป็นแฝดลูกชายและหญิง อีกด้วย แทนไทต้องการตัวขวัญเอยลูกชายไปเป็นผู้สืบสกุลสืบสกุลตามที่เจ้าสัวต้องการ แม้นลินจะ ไม่ยินยอม แต่ขวัญเอยที่ต้องการจะเป็นอิสระจากแม่ที่คอยบังคับตนทุกอย่างจึงยอมไปอยู่กับพ่อใน ฐานะลูกชายที่จะได้เป็นผู้ชายจริง ๆ อย่างที่ต้องการจะเป็นมานาน ส่วนขวัญมานั้นแทนไทก็จัดการ จับคู่ให้แต่งงานกับเหนือเมฆแทนดุจดาวที่ปฏิเสธตลอดมา แม้จะรวดเร็วเกินไปแต่เพราะความ รู้สึกที่เหนือเมฆและขวัญมามีให้กัน ทั้งคู่จึงตอบตกลงทำตามที่ผู้ใหญ่ต้องการ

ดุจดาวแม้จะโล่งใจที่ไม่ต้องแต่งงานกับเหนือเมฆตามคำสั่งของผู้ใหญ่ แต่ก็ต้องตั้งหลัก ครั้งยิ่งใหญ่เมื่อผู้ชายที่ตนหลงรักอย่างขวัญเอย กลายมาเป็นพี่ชาย ที่เหมือนจะเผ่านาแย่งทุกอย่าง ไปจากตน ทั้งความรัก ความเอาใจใส่ รวมทั้งสมบัติอย่างมากมหาศาลที่เคยเป็นของตน ก็อาจจะไม่ ใช่ของตนคนเดียวอีกต่อไป ดุจดาวตั้งตัวเป็นศัตรูคู่แข่งกับขวัญเอยและขวัญมาด้วยแรงยุยงจาก ยลดาผู้เป็นแม่

ขวัญเอยในภาพลักษณ์ผู้ชายเริ่มเรียนรู้งานกับเจ้าสัวธำรง แต่ทุกครั้งที่เจอเหนือเมฆเขาก็ จะหวั่นไหวทุกครั้ง แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะเขาเลือกเอง ที่จะหนีมาจากนลินเพราะอยากเป็นผู้ชาย ได้มีอิสรภาพ โดยแลกกับความรักที่มีให้กับเหนือเมฆ แต่เรื่องของหัวใจมันห้ามกันไม่ได้ ขวัญเอย ชอบเหนือเมฆมากขึ้น ทุกครั้งที่ขวัญเอยเห็นเหนือเมฆ ก็จะเจ็บปวดทุกครั้ง และยิ่งเจ็บปวดมาก ขึ้นเมื่อคิดว่าเหนือเมฆรักกับขวัญมา ความอิจฉาแอบก่อตัวขึ้นในใจ ทำให้ขวัญเอยรู้สึกยิ่งไม่มี อิสระในการเลือกความรัก เพราะเจ้าสัวธำรงคอยส่งผู้หญิงมาให้เขาดูตัว ในขณะที่ขวัญมาจะได้ แต่งงานได้รักกับเหนือเมฆอย่างที่ใจต้องการ ขวัญเอยรู้สึกไม่มีที่ยืน เพราะฝั่งแทนไทก็อยากให้ ตัวเองเป็นผู้ชายร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนในอดีตนลินก็อยากให้เขาเป็นผู้หญิง ทั้งที่ขวัญเอยต้องการ เพียงแค่รักผู้ชายในร่างที่เป็นผู้ชายเท่านั้น

เพื่อให้นคนเดียวที่ขวัญเอยมี คืออนุชิตที่คอยให้คำปรึกษาขวัญเอยอยู่ตลอด รวมทั้งเรื่อง ที่ขวัญเอยรู้สึกชอบผู้ชาย โดยไม่ได้บอกว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ขวัญเอยโทษนลินว่าเพราะนลินที่ เลี้ยงเขามาเป็นอย่างงี้ แต่อนุชิตคอยสอนและบอกว่าไม่เกี่ยวว่าเราโตมายังไง เพราะมันเป็นเรื่อง ของหัวใจมากกว่า ขวัญเอยจึงยอมเข้าใจ

เมื่อนลินรู้ว่าขวัญเอยชอบเหนือเมฆ จึงตัดสินใจจะช่วยให้ขวัญเอยสมหวัง เพื่อให้แก้แค้น ครอบครัวของแทนไท ให้ไม่มีลูกชายสืบสกุล!!

นลินเริ่มเกลี้ยกล่อมให้ขวัญมาเริ่มสงสัยในตัวเหนือเมฆ แกล้งตั้งคำถามว่าเหนือเมฆชอบ ขวัญมาเพราะมองว่าขวัญมาเป็นขวัญเอย แต่ขวัญเอยต้องทนทุกข์ทรมานเพียงใด ขวัญมาเองก็น่า จะรู้ ขวัญมาเริ่มรู้สึกผิด และเริ่มไม่แน่ใจว่าแท้จริงแล้วเหนือเมฆรักใคร นลินได้โอกาสบอกว่า มีทางที่ขวัญมาจะชดใช้ให้ขวัญเอยได้

ในวันงานแต่งงานของเหนือเมฆ เหนือเมฆได้เข้าพิธีสมรสกับเจ้าสาวของเขา แต่ไม่มีใคร รู้ว่าเจ้าสาวของเขาในวันนั้นคือขวัญเอยหรือขวัญมากันแน่ มีเพียงนลินที่รู้ว่าเจ้าสาวที่ยืนอยู่ข้าง เหนือเมฆเป็นใคร และจำเป็นจะต้องไม่มีใครรู้ เพราะคุณจะให้ ขวัญเอยและขวัญมาสลับร่างกันไป เรื่อย ๆ แม้ขวัญเอยจะสุขสบายที่ได้อยู่กับเหนือเมฆชายที่เขารัก แต่ลึก ๆ แล้วขวัญเอยก็ยัง ไม่ได้เป็นตัวเองอย่างบริบูรณ์แบบเสียที เพราะต้องปลอมตัวเป็นขวัญมาตลอดเวลาที่อยู่กับ เหนือเมฆ ขวัญเอยแอบทนทุกข์ แม้จะได้ครอบครองสิ่งที่จำเป็น แต่ก็ยังไม่เคยมีใครเห็นตัวตน ที่แท้จริงอย่างที่เขา อยากเป็นจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นนลินผู้เป็นแม่ หรือเหนือเมฆผู้ชายที่เขารัก

ระหว่างที่เหนือเมฆ ใช้เวลาอยู่กับขวัญเอย และขวัญมาสลับกันไปเรื่อย ๆ ทำให้เขาเกิด ความสงสัย เพราะสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของเมียที่เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมในบางเวลา เหนือเมฆพยายามคิดแผนเพื่อให้จับสังเกตขวัญเอยหลายครั้งแต่ก็ยังไม่สำเร็จ

ความอดทนของคนมีจำกัด เมื่อขวัญมาได้รู้ว่าแท้จริงแล้วคนที่อยู่ในใจของเหนือเมฆมา ตลอดคือขวัญเอย และขวัญมาทนไม่ได้ที่จะเสียเหนือเมฆไป จากพี่น้องที่รักกันมากก็มาถึงจุด แตกหักเพราะความรัก เมื่อขวัญมาไม่อยากเป็นแค่เงาในใจของเหนือเมฆอีกต่อไป ที่สำคัญขวัญ มาต้องการจะเป็นคนเดียวที่เหนือเมฆจะรัก ขวัญมาไม่ต้องการจะเป็นแฝดที่หน้าตาเหมือนกับ ขวัญเอยอีกต่อไป การได้มองว่าเหนือเมฆรักขวัญเอยที่มีหน้าตาเหมือนตัวเอง แต่กลับไม่ใช่ตัวเอง ที่เหนือเมฆรัก ยิ่งทำให้ขวัญมาทนไม่ได้อีกแล้ว สองพี่น้องสมุทราะกันร้ายแรงจนเกิดอุบัติเหตุ ไฟไหม้ และทั้งคู่ก็ติดอยู่ในกองไฟนานจนอาการสาหัส ที่สำคัญขวัญเอยและขวัญมามีแผลไฟ ไหม้จนแทบจำหน้าเดิมไม่ได้

เจจุงวอน ตำนานแพทย์แห่งโชซอน ตอนที่ 28

โดยัง เผ่านาที่เจจุงวอน ทักทายมียังและ นังนัง ด้านซ๊อกรัน ถามชักแท ว่าโรงพยาบาลอื่น ส่งหมอมาช่วยบ้างหรือเปล่า เขาบอกกับนางว่า มีโรงพยาบาลฮันซอง แต่ให้ไปดูเองว่าเป็นใคร

“ผมดอกเตอร์เอวิสัน ผอ.เจจุงวอนครับ” หมอเอวิสัน กล่าว

“แพทย์โรงพยาบาลฮันซอง เบ๊กโดยังครับ” โดยัง กล่าว

“ผมได้รู้จาก แพทย์ฮวางกับแพทย์ยูว่าแพทย์เบ๊กเป็นหมอที่มีทักษะมาก แพทย์เบ๊กเองก็เป็นชาวโชซอน แถมยังเคยอยู่ที่เจจุงวอน เคยเรียนที่นี่ คุณสนใจจะมาทำงานที่นี่มั้ย?”

“มาทำที่นี่เถอะ” ซ๊อกรัน กล่าวชวน

“การที่ท่านกลับมาในคราวนี้ก็เพื่อให้จะมาทำงานที่เจจุงวอนไม่ใช่เหรอครับ?” ฮวางจอง กล่าว

“คงจะมีปัญหานิดหน่อย เพราะข้าได้ไปเรียนทุนการศึกษาของญี่ปุ่น การที่เรียนจบแพทย์ได้ ก็ด้วยเงินทุนจากญี่ปุ่นก้อนนั้นน่ะ”

“แต่พวกญี่ปุ่น สร้างโรงพยาบาลเพื่อให้หาประโยชน์จากชาวโชซอน ทำไมท่านถึงยอมไปเรียนด้วยเงินของพวกนั้นล่ะ?” ซ๊อกรัน ถาม

“แพทย์เบ๊กเอง ก็คงจะรู้ถึงนิสัยของคนอย่างวาตานาเบ้ดีนี่” ฮวางจอง กล่าว

“วาตานาเบ้ เค้าก็เป็นแค่หัวหน้างานของผมเท่านั้นครับ ก็เหมือนที่หมอเฮรอนเคยบอกไว้ว่า หมอจำเป็นที่จะต้องไม่ไปยุ่งกับเรื่องการเมือง” โดยัง กล่าว

“แต่พระมเหสีถูกพวกญี่ปุ่นลอบฆ่า แล้วจะให้ไม่นึกถึงได้ยังไงกัน?” ฮวางจอง เสียงแข็ง

“ได้ยินว่าเป็นความสามารถของพวกอันธพาลนี่นา จะพูดเกินไปหน่อยรึเปล่า?” โดยัง กล่าว

“ตอนนั้นข้าอยู่ตรงนั้นด้วย ไม่ใช่ความสามารถของอันธพาลหรือโจรแน่” ซ๊อกรัน กล่าว

“กับเรื่องอย่างนี้ ท่านที่เคยเป็นลูกของเจ้ากรมราชทัณฑ์ จะพูดอย่างนี้ออกมาได้ยังไง เมื่อเกิดเป็นชาวโชซอน เราก็ควรจะร่วมแรงร่วมใจสามัคคีกันไม่ใช่เหรอ?” ฮวางจอง กล่าว

“เจ้ายังเป็นเหมือนเดิม ทั้งบ้าบิ่น และไม่กลัวอะไร ข้าจะไม่ไปหวั่นไหวกับเรื่องที่ยังไม่ได้พิสูจน์ความจริงอย่างงี้ โรงพยาบาลฮันซองเป็นโรงพยาบาลที่มีอุปกรณ์การรักษาดีที่สุด ข้าจะอยู่ตรงนั้น เพื่อให้ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย รักษาชาวโชซอนที่เจ็บป่วย”

“ท่านผอ. ใต้เท้ายูเอายามาส่งให้แล้วครับ” ชักแท กล่าว

เมื่อกลับมาที่เจจุงวอนแล้วถูกตำหนิ โดยังก็ไม่พอใจ บ่นกับโอ

“กลับมาเยี่ยมแทนที่จะได้มิตรภาพแต่กลับถูกเข้าใจผิดแทน”

“เข้าใจผิดเหรอ โดยัง คงจะเป็นเพราะเจ้าไปอยู่ต่างประเทศมา จึงไม่รู้เรื่องอะไร แต่ก็นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะเลือกไปทำงานกับศัตรูที่โรงพยาบาลฮันซองนั่น”

“ถ้าแม้ผู้จัดการโอเองก็ยังพูดจาอย่างนี้ มันทำให้ข้าแปลกใจมาก” โดยัง กล่าว

“คนที่น่าจะแปลกใจเป็นเรามากกว่า ยังพูดจาแบบงี้อีกเหรอ?”

“ข้าแค่อยากใช้วิทยาการที่ทันสมัยในการมารักษาผู้ป่วยก็เพียงแค่นั้นยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว” โดยัง กล่าว

“แต่พวกญี่ปุ่น เป็นประเทศต่ำช้าที่ส่งคนมาลอบปลงพระชนม์พระมเหสีของเรา แถมโรงพยาบาลฮันซองนั่น..” ใต้เท้ายู กล่าว

“โรงพยาบาลเป็นแค่ที่รักษาคน และไม่มีอะไรที่สำคัญไปกว่านั้น ดังนั้นอย่าได้พูดเรื่องนี้กันอีกเลยมันจะทำให้รู้สึกผิดใจกันเปล่า ๆ” โดยังกล่าว

“คุณชายครับ ทำไมคุณชายถึงได้เปลี่ยนไปมากขนาดนี้ อะไรที่มันทำให้คุณเปลี่ยนไป” ใต้เท้ายู ถาม

“ท่านว่าข้าเปลี่ยนไปเหรอ ข้าก็ยังเป็นข้า แต่ข้าคิดว่าคนที่เจจุงวอน..ต่างหากที่เปลี่ยนไปน่ะ”

“ท่าทางจะพูดกันไม่รู้เรื่องแล้ว ตามผ่านานี่ เพราะมีคนอย่างเจ้านี่แหละที่ทำให้บ้านเมืองตกต่ำ”

“ใครกันแน่ที่ทำให้บ้านเมืองต้องตกต่ำอย่างนี้ มันเป็นเพราะเจ้าและพวกบัณฑิตอย่างพวกเจ้าต่างหาก คอยคัดค้านทุกๆ นโยบาย ลุ่มหลงเอาแต่เฝ้ากอดอดีตไว้ไม่ยอมปล่อย”

“หนอยไอ้เจ้านี่..”

“ทำอะไรหะ ฮึ่ย ปล่อยนะ ๆ โอย ๆ โดยัง โดยัง ฮะ ๆ ในที่สุดเจ้าก็กลับมาแล้ว ดีมาก ๆ ไหน ดูสิ กลับมาก็ดีแล้ว ดีมากเลย ๆ” คูฮอน กล่าว

คูฮอน พาโดยังออกมาพักพร้อมหาเครื่องดื่มให้บอกให้ทำใจให้สบาย

“คนที่ต้องทำใจคือคุณลุงมากกว่า” โดยัง กล่าว

“ฮะ ๆ ๆ นั่นสิ ๆ ดื่ม ๆ”

“เอ่อ คุณลุง ขอผมแก้วนึงสิ” เจอุ๊ก กล่าว

“รินเอาเองเถอะ โดยัง หลานใช้ชีวิตยังไงบ้าง รู้มั้ยว่าอาเป็นห่วงจนกินไม่ได้เลยนะ” คูฮอน กล่าว

“ทีเหล้าล่ะดื่มเอาดื่มเอา” เจอุ๊ก กล่าว

“ไอ้คนนี้นี่มันยังไงนะ” คูฮอน ถาม

“อาดูไม่เปลี่ยนไปเลยนะครับ วันนี้ผมคิดว่าตัวเองเป็นเหมือนกับฮวางจองในอดีตกาล ที่ถูกทุกคนรังเกียจ แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ยอมรับ” โดยัง กล่าว

“เค้าไม่ได้รังเกียจหลานซักหน่อย พวกนั้นก็แค่อิจฉากันมากกว่า แกไม่อยู่รู้มั้ยว่าอาอยู่ที่เจจุงวอนลำบากมากแค่ไหน” คูฮอน กล่าว

“ท่านอาเนี่ยนะ?” เจอุ๊ก กล่าว

“ใช่แล้ว ก็ได้อานี่แหละเป็นคนเดินเรื่องจนทำให้โรงพยาบาลฮันซองได้เช่าที่ของเจจุงวอน ดังนั้นกับเรื่องนี้ แกไม่ต้องคิดมากหรอก ตั้งมั่นทำให้ดีก็พอ เข้าใจมั้ย”

“อาไม่ต้องเป็นห่วงครับ เมื่อผมตัดสินใจเลือกแล้ว จะไม่เปลี่ยนใจแน่ๆ”

“ฮะ ๆ ดีมาก ๆ”

“นี่โดยัง นี่แกรู้จักแขกคนนั้นรึเปล่า เห็นเค้าแอบมองแกมาได้สักพักแล้วนะ” เจอุ๊ก กล่าว

ฮวางจอง เผ่านาหาซ๊อกรันชวนนางคุย

“ยุ่งรึเปล่าครับ คือเมื่อกี้ที่จริงผมรู้สึกดีใจมากเลยนะ ไม่ได้พบกันตั้งนานผมไม่ควรทำอย่างนั้นเลย”

“ที่จริงฉันรู้สึกแปลกใจมากกว่า แต่อาจเป็นเพราะเค้าไปอยู่ที่ญี่ปุ่นซะนานจึง ไม่ค่อยรู้เรื่องในบ้านเมืองของโชซอนซักเท่าไหร่” ซ๊อกรัน กล่าว

“ครับ แต่ถ้าให้ดี ก่อนที่สภาวะจะวุ่น วายกว่านี้ เราควรจะชวนแพทย์เบ๊กมาเจจุงวอนให้ได้”

“ค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นแพทย์ยู ลองไปพบกับแพทย์เบ๊กดูดีมั้ยครับ?” ฮวางจอง กล่าว

“ฉันเหรอคะ?”

“คนที่เค้ายอมรับฟัง น่าจะมีแต่แพทย์ยูคนเดียว”

“เข้าใจแล้วค่ะ”

“งั้นรบกวนด้วยนะครับ”

ใต้เท้ายูเห็นฮวางจองไม่สบายใจก็สอบถาม

“เรื่องของแพทย์เบ๊ก คงจะทำให้เจ้าเป็นห่วงสินะ”

“คือข้า กำลังคิดว่าข้าเป็นคนทำให้เค้าต้อง..เลือกทางแบบงี้รึเปล่า”

“ทำไมเจ้าถึงได้พูดอย่างนั้นล่ะ หรือ ระหว่างเจ้าสองคน มีเรื่องอะไรกันอยู่เหรอ?”

“ไม่ใช่หรอกครับ ไม่ใช่อย่างนั้น แต่ท่าน มีเรื่องอะไรจะมาคุยกับข้าหรือครับ?”

“ที่จริง มีเรื่องนึงที่ต้องการจะขอให้แพทย์ฮวางช่วยเหลือสักหน่อยน่ะ” ใต้เท้ายู กล่าว “เรื่องอะไรหรือครับ?” ฮวางจองถาม

“เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับฝ่าบาทน่ะ”

ใต้เท้ายู พา ฮวางจอง มาพบขุนนาง

“เจ้าคงรู้จักคนในนี้แล้วสินะ ส่วนท่านนี้ ท่านอียงอิก เป็นเจ้ากรมการเมืองน่ะ”

“สวัสดีครับ หมอฮวางจองจากเจจุงวอนครับ”

“ใต้เท้ามินยอนอิกกับพระมเหสีเคยเอ่ยถึงเจ้าให้ข้าฟังมาก่อน เชิญนั่งสิ” อียงอิก กล่าว

“ขอบคุณครับ”

“ก่อนจะมาได้อธิบายรึยังล่ะ?” อียงอิก ถาม

“ครับ เรื่องนี้เขายินดีที่จะให้ความช่วยเหลือเราครับ” ใต้เท้ายู กล่าว

“ขอโทษด้วยที่เรียกตัวมากะทันหัน แต่เป็นเพราะว่าทุกคนต่างก็เสนอชื่อเจ้ามา เราต้องการจะส่งเสด็จฝ่าบาทไป ซ่อนตัวที่สถานทูตรัสเซียน่ะ”

“ข้าจะพยายามอย่างเต็มกำลังครับ” ฮวางจอง รับปาก

หลังออกมาจากพบเหล่าขุนนาง ฮวางจอง ถามใต้เท้ายู ว่าใต้เท้าอียงอิก เป็นคนยังไง

“เคยทำการค้าน้ำอยู่ที่เมืองฮัม-คยอง และจากนั้นก็มีหน้าที่ในการดูแลคลังหลวง ใต้เท้าเป็นคนที่ถือว่ามีทักษะมากคนนึง”

“เคยทำการค้าน้ำเหรอครับ?”

“ใช่ อ้า แต่ก็ไม่รู้ว่าเจ้าเคยได้ยินมาบ้าง มั้ย? การจลาจลปีอีโม มีองค์ชายแทวู ที่ต้องการและพยายามจะฆ่าพระมเหสีให้ได้”

“ครับ”

“ตอนนั้น ว่ากันว่ามีคนผู้หนึ่งที่แบกพระมเหสี วิ่งหนีจากวังหลวงไปจนถึงยอจู ด้วยตัวเค้าเพียงลำพัง”

“ท่านจะบอกว่า เค้าก็คือคนที่มีวิชาวิ่งลมกรดจนได้รับฉายาว่า เป็นมนุษย์ฟ้าแลบคนนั้น”

“ใช่ ก็คือใต้เท้านี่แหละ ใต้เท้า ไม่ได้แค่ดูแลกรมการเมือง ยังควบตำแหน่งขุนนาง ที่ดูแลในด้านของการคลัง และในด้านการทหารโชซอนด้วย และท่านผลักดันการต่อต้านญี่ปุ่น และเป็นมิตรกับข้างรัสเซียด้วย ในคราวนี้เพื่อให้รับมือกับพวกญี่ปุ่น และเพื่อให้รักษาความปลอดภัยของฝ่าบาท จะมีใต้เท้าอีบอมจินกับขันทีอีวอนยอง เป็นผู้อารักขาฝ่าบาท เพื่อให้เสด็จไปยังสถานทูตรัสเซีย ถ้าหากเรื่องนี้ล้มเหลว ไม่ใช่แค่แพทย์ฮวาง ยังจะมีตัวข้า รวมไปถึงฝ่าบาทที่อาจจะเอาชีวิตไม่รอด”

 ฮวางจองออกเดินทางแต่เช้า เพื่อให้ไปยังสถานทูตรัสเซีย เมื่อไปถึงก็ตรวจอาการขอทูตรัสเซีย

“อาการท่านดีมากครับ”

“ทั้งหมดนี้ เป็นเพราะว่าได้ แพทย์ฮวางช่วยเอาไว้” ทูตรัสเซีย กล่าว

“ในคืนนี้ ผมจะพาแขกมาเยี่ยมที่สถานทูตแล้ว” ฮวางจอง กล่าว

“อืม ไม่มีปัญหา เราเอง ก็ได้เตรียมการต้อนรับแขกคนสำคัญเอาไว้เรียบร้อยแล้ว”

“ขอบคุณมาก”

“ขอให้พวกคุณโชคดีนะ” ทูตรัสเซีย กล่าว

ทหารญี่ปุ่นรายงานทูตญี่ปุ่นว่าหมอจากเจจุงวอนไปที่สถานทูตรัสเซีย

“ฮะ ๆ ๆ ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงไปหรอกครับท่าน เพราะว่าเมื่อหลายปีก่อน เขาได้ช่วยผ่าต้อกระจกให้ทูตรัสเซีย คงจะยังมีความเกี่ยวเนื่องกันอยู่บ้าง” วาตานาเบ้ กล่าว

“ไม่ใช่หรอก พักนี้สถานทูตรัสเซียชอบลอบติดต่อกับกลุ่มเป็นมิตรกับรัสเซีย เวลานี้กลับมีหมอเจจุงวอนเดินทางไปสถานทูตรัสเซีย มันควรต้องไม่ปกติแน่ ฮาเซกาว่า” ทูตญี่ปุ่น เรียก

“ไฮ้” คิมโทน กล่าว

“คุณต้องจับตาหมอที่เจจุงวอนตลอด 24 ชั่วโมง หมอเบ๊กโดยังมาทำงานที่โรงพยาบาล ได้ผลเป็นยังไงบ้าง?”

“ไฮ้ กำลังตั้งมั่นรักษาคนป่วยเลยครับ” วาตานาเบ้ รายงาน

“งั้นเหรอ ทำไมถึงได้ไปช่วยรักษาทหารที่เจจุงวอนด้วยล่ะ?”

“คือว่า..เอ่อ เรื่องนี้.. ผมเป็นคนส่งเค้าไปตรงนั้นเอง เอ่อ สำนักงานอนามัยได้ทำเรื่องขอมาอย่างเป็นทางการ และส่งเค้าไปเพื่อให้ไปทำวามรู้ความเข้าใจกับตรงนั้นด้วย”

“อืม..แต่ถึงยังไงเค้าก็เป็นชาวโชซอนอยู่ จำเอาไว้ว่า ถ้าจำเป็นเขาจะเป็นคนแรก ที่ถูกตัดออก”

“ไฮ้ ผมเข้าใจเรื่องนี้ดี”

โดยังออกตรวจคนไข้ วาตานาเบ้ เผ่านาหา

“เดินดี ๆ ล่ะ มีเรื่องบอกผมมั้ย?”

“นี่ตรงเวลาตรวจไข้ครับ” โดยัง กล่าว

“ทำไมคุณถึงไปที่เจจุงวอน”

“คุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไง?”

“ปัทโธ่ เจจุงวอนเป็นที่ที่เราคอยจับตาอยู่ ทำไมไม่ให้ไปแล้วยังไปอีก?”

“หมอมีหน้าที่ที่จำเป็นต้องรักษาผู้เจ็บป่วย ตรงนั้นต้องการความช่วยเหลือผมจึงไปช่วยเค้า ผมทำแบบงี้มันผิดด้วยเหรอ?” โดยัง ถาม

“ผมเป็น ผอ.โรงพยาบาลฮันซองนะ ผมไม่ให้ไปก็ต้องมีเหตุผลของผมอยู่ วันหน้าขอให้คุณทำตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดด้วย” วาตานาเบ้สั่งเสียงดัง

“ทำตามคำสั่งเหรอ คนที่ผมจะยอมให้จะมีแต่คนไข้เพียงแค่นั้นอีกอย่างที่นี่ก็เป็นแค่โรงพยาบาล เชิญคนต่อไป”

“หืม? อ้อ” วาตานาเบ้ ไม่พอใจ

“ไม่สบายตรงไหนครับ?” โดยัง ถามคนไข้ที่เผ่านา

“ครับ คือว่าผม..”

ซ๊อกรัน มาหาโดยัง ขอร้องให้กลับมารักษาคนไข้ที่เจจุงวอน

“สำนักงานอนามัยตั้งตัวได้แล้วนี่ มีโรงพยาบาลตั้งเยอะแล้ว ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”

“ค่ะ และจากนั้นก็มีโรงพยาบาลหญิงอยู่ด้วย ฉันเองก็ไป ๆ มา ๆ ตรงนั้นอยู่บ่อย ๆ” ซ๊อกรัน กล่าว

“งั้นเหรอ ดีจังนะ ถึงแม้สุขภาพของผู้ป่วยจะสำคัญ แต่ต้องดูแลตัวเองด้วยนะ”

“ค่ะ คุณชาย ไม่คิด…จะกลับมาเจจุงวอนจริง ๆ เหรอคะ?”

“ดื่มก่อนเถอะ เราดื่มไปคุยไปนะ”

“ค่ะ ฮวางจองเค้าเป็นห่วงคุณชายมากเลยนะคะ ตั้งแต่คุณชายหายตัวไปในตอนนั้น เค้าก็คอยเป็นห่วงคุณชายมาตลอด”

“งั้นเหรอ นิสัยขี้ห่วงนี่แก้ไม่หายเลยนะ เค้ายังเป็นเหมือนเดิม”

“คุณชายเองก็ไม่เปลี่ยนไปนี่”

“ทำไมถึงยังไม่แต่งงานกับฮวางจองล่ะ? ข้าคิดว่า เจ้าจะเป็นเมียของฮวางจองแล้วซะอีก”

“มันเลยมาถึงตอนนี้แล้ว เดี๋ยวนี้สถาน การณ์มันวุ่นวาย วันหน้าเจจุงวอนต้องรุ่งโรจน์กว่านี้แน่ สำนักงานอนามัยเอง ที่จริงก็ตั้งอยู่ที่เจจุงวอน ดังนั้นเราถึงอยากให้คุณชายมาช่วยกันน่ะ วันนี้ ผ่านาเพื่อให้จะเชิญคุณชายอย่างเป็นทางการ กลับไปที่เจจุงวอนเถอะค่ะ”

“เฮ้อ..ข้าคงจะไม่..กลับไปตรงนั้นหรอก”

“คุณชาย”

“เมื่อก่อนผมมีสองเหตุผล ที่ทำให้ข้าเลือกเจจุงวอน แต่จู่ ๆ เหตุผลนั้น มันก็หมดความหมายไปในพริบตา ข้าจึงต้องจากมา เอาเถอะ คุยเรื่องพวกนี้ไปก็แค่นั้น ข้าขอตัวก่อนละกัน”

 “เอ๊ะ อยู่นี่เองเหรอ เบ๊กโดยังคะ ทำไมถึงได้กลับมาที่โชซอนโดยไม่บอกซักคำเลยล่ะ คุณเบ๊กโดยัง นี่คือ…” นาโอ เผ่านา

“ข้า..” ซ๊อกรัน กล่าว

“เป็นเพื่อให้นเก่าของข้า ที่โชซอนน่ะ” โดยัง กล่าวกับนาโอ

“อ๋อ แบบงี้นี่เอง แนะนำหน่อยนะ นี่คือคู่หมั้นของข้า” นาโอ กล่าว

“ค่ะ เฮ้อ..พวกท่านดูเหมาะกันดีจัง” ซ๊อกรัน กล่าว

“จริงเหรอคะ?” นาโอ ถาม

เมื่อทั้งหมดออกมาโดยัง ก็ถามนาโอ ว่าทำไมรู้ว่าตนอยู่ที่ร้านกาแฟ

“ก็ไปถามที่โรงพยาบาล เค้าบอกว่าให้มาที่นี่” นาโอ กล่าว

“เอ่อ ข้าต้องขอตัวก่อนนะคะ” ซ๊อกรัน กล่าว

“ไปแล้วเหรอ แล้วเจอะกัน อ้อ ท่านชื่อว่าอะไรคะ ข้าชื่อนาโอโกะ” นาโอ กล่าว

“ข้าชื่อยูซ๊อกรันค่ะ”

“อ้อ ซ๊อกรันจัง”

“พวกท่าน รู้จักกันที่ญี่ปุ่นเหรอคะ?” ซ๊อกรัน กล่าว

“ค่ะ ข้าเคยเป็นคนไข้ของเบ๊กโดยัง แต่ในตอนนี้ ผ่านาเป็นพยาบาลเพื่อให้ให้ได้อยู่ใกล้เค้า” นาโอ กล่าว

“นี่ซ๊อกรัน เจ้าจะไปแล้วไม่ใช่เหรอ?” โดยัง

“ข้าไปล่ะ” ซ๊อกรัน กล่าว

“เบ๊กโดยังคะ” นาโอ กล่าว

“โอ๊ย อุ๊ย มีอะไรหา?”

“สะกดรอยข้าทำไม?” โดยัง กล่าว

“ใครสะกดรอยเจ้าหา? โอ๊ย…หน็อย โอ๊ย ๆ”

“เบ๊กโดยังคะ” นาโอ กล่าว

“คุณชายคะ”

“เบ๊กโดยังคะ ข้าเคยเห็น คน ๆ นั้นอยู่ภายในห้องของวาตานาเบ้ซัง” นาโอ กล่าว

“มีคนสะกดรอยตามท่านเหรอ?”

“ที่เจจุงวอนก็มีเหมือนกัน” โดยัง กล่าว

ฮวางจอง เข้าพบ อียงอิกและพวก เพื่อให้คิดแผนเรื่องพระเจ้าโกจง

“เมื่อก่อนข้าเคยเข้าไปทำการตรวจนางกำนัล ตอนที่เราเข้าไปก็จะมีการใช้เกี้ยวแบกนางกำนัลสองคนออกมารักษา ที่โรงพยาบาลเจจุงวอนคิดว่าน่าจะไม่ถูกสงสัยอะไร?”

“อืม ถือเป็นความคิดที่ดี”

“คืนนี้ข้าจะอารักขาฝ่าบาทเสด็จไปจุดนัดพบเอง” ขุนนางอีกคนกล่าว

“ถ้างั้นเราใช้เกี้ยวแบกพระราชากับรัชผู้สืบสกุลออกมาจากในวังให้ได้ก็พอ ส่วนแพทย์ฮวาง ช่วยจัดหาคนหามเกี้ยวที่ไว้ใจได้ให้หน่อยได้มั้ย?” ใต้เท้ายู กล่าว

“ได้ ข้าจะจัดการให้” ฮวางจอง กล่าว

“อืม งั้นก็ไปกันเถอะ โอ๊ย ๆ…ข้าไม่เป็นไร อืม…” อียงอิก กล่าว

อียงอิก เริ่มมีอาการป่วย บอกกับใต้เท้ายู ว่า ขาของตนเริ่มชาตั้งแต่ตอนเช้า ตอนนี้ก็ยังเป็น

“ยังเจ็บอยู่รึเปล่า คราวก่อนท่านก็เคยขาชาทีนึงแล้ว” ใต้เท้ายู กล่าว

“มันเป็นเดือนละสองสามครั้งน่ะ” อียงอิก บอก

“ที่แท้ คนที่วิ่งได้เร็วเหมือนสายฟ้า ก็เป็นแบบงี้ได้เหรอ?”

“ฮะๆ ๆ มันเอาแน่ไม่ได้หรอก”

“ใต้เท้าอี ข้าขอตรวจขาท่านหน่อยได้มั้ยครับ?” ฮวางจอง กล่าว

“ก็เอาสิ”

“เป็นอาการเส้นเลือดขอด คงเกิดจากการออกกำลังกายของท่าน”

“โอ๊ย ๆ เจ็บมาก…ข้าเองก็คิดว่าอย่างนั้น เมื่อก่อนเคยวิ่งวันละสิบลี้ กลับต้องมานั่งเกี้ยวทุกวัน จึงเป็นแบบงี้น่ะ เฮ้อ แล้วข้าควรจะทำยังไงล่ะ?”

“ตอนนี้มันมีลิ่มเลือดด้วย ดังนั้นท่านควรจะรีบผ่าตัด ทำการกรีดบางส่วนของน่องออก เพื่อให้ระบายเลือดคั่งรักษาอาการเส้นเลือดขอด” ฮวางจอง กล่าว

“เสร็จงานใหญ่คราวนี้แล้ว ข้าจะมาที่เจจุงวอน”

“ถ้าอย่างนั้นก็ดีครับ”

“ยังไงซะ เรื่องวันนี้ต้องฝากด้วยนะ ชะตาของโชซอนฝากไว้ที่เจ้าแล้ว ไปเถอะ”

คิมโทน ที่เฝ้าจับตาการเคลื่อนที่ของฮวางจอง เผ่านารายงานทูตญี่ปุ่น

“ข้าพบแพทย์ฮวางจอง กับล่ามยู กับใต้เท้าอีกสองคน เข้าไปคุยกันข้างในครับ”

“แล้วสองคนนั้นเป็นใครล่ะ?”

“ข้ายังไม่เคยเจอหน้ามาก่อน แต่หลังจากได้ส่งคนตามสืบตอนนี้เราทราบว่าเป็นใครแล้วครับ”

“แล้วเป็นใครกันล่ะ?” วาตานาเบ้ ถาม

“เจ้ากรมการเมืองอียงอิกครับ”

“อียงอิก?”

“อียงอิกเป็นใครเหรอครับ?” วาตานาเบ้ ถาม

“หัวหน้ากลุ่มหนุนรัสเซีย หมอจากเจจุงวอนไปเยี่ยมสถานทูตรัสเซีย หัวหน้ากลุ่มหนุนรัสเซียก็มาที่นี่ พวกนั้นต้องมีแผนลับอะไรบางสิ่งบางอย่างกันอยู่แน่ รีบไปสั่งให้กองกำลังรักษาการณ์เพิ่มการตรวจตราให้มากขึ้น” ทูตสั่ง

“ไฮ้” ทหารญี่ปุ่น รับคำ

“ส่วนวันนี้เจ้าก็ต้องคอยจับตาทุก ๆ การเคลื่อนไหวของพวกนั้นเอาไว้ อย่าให้คลาดสายตา งานนี้มีเรื่องสนุกแน่”

หลังออกมาจากห้องของทูตญี่ปุ่น คิมโทน บอกวาตานาเบ้ว่า มีเรื่องที่น่าสนใจอีกอย่างนึง

“ท่านเจ้ากรมการเมือง เค้ามีอาการเส้น เลือดขอดด้วย”

“เมื่อกี้เจ้าว่าไงนะ นี่เป็นความจริงแน่นะ?”

“ใช่ ข้าเห็นหมอตรงนั้นตรวจขาเค้า แล้วเค้าก็น่าจะไปทำการรักษาที่เจจุงวอน”

“จึงควรให้เค้ามารักษาที่โรงพยาบาลเรา หัวหน้าข้างหนุนรัสเซีย มาที่โรงพยาลอันซอง เหรอ ฮ่า ๆ แค่คิดก็น่าสนุกแล้วเนี่ย”

“แม้กระนั้นเค้า ไม่ใช่กลุ่มส่งเสริมญี่ปุ่น เค้าจะยอมมาง่าย ๆ เหรอ?” คิมโทน กล่าว

“ไม่ได้สำคัญว่าหนุนญี่ปุ่นหรือรัสเซีย เพราะผู้ป่วย อืม จำเป็นที่จะต้องเลือกโรงพยาบาลที่สามารถรักษาตัวเองให้หายได้ อืม ในจุดนี้โรงพยาบาลฮันซองเราเหนือกว่าเยอะ และยิ่งเป็นได้เพราะในมือของเรา…ยังมีเบ๊กโดยังอยู่”

“ผู้นำข้างหนุนรัสเซียมารักษากับเรา งานนี้ได้สนุกแน่”

“ฮ่ะ ๆ ๆ เอ่อ การที่เค้ามารักษากับเราต้องส่งผลกระทบกับพวกสถานทูตรัสเซียอย่างแน่ๆ ฮะ ๆ ๆ ดีไม่ดี อียงอิกอาจจะหันมาเข้าพวกกับเราเลยก็ได้ มันอาจจะทำให้โรงพยาบาลฮันซองที่เจอปัญหาจากตอนลอบฆ่ากลับมาดังอีกก็ได้ ไปเถอะ”

โอ ชักเท และประชาชนมาชุมนุม ทูลพระเจ้าโกจงให้อย่าลืมการฆ่าพระมเหสี และขอให้มีรับสั่งให้ยกเลิกตัดเปียผมด้วย

“ข้ารู้สึกไม่สบายใจเลยที่ต้องไปวิงวอนจากสถานทูตรัสเซีย” พระเจ้าโกจง ตรัส

“มีเวลาแค่คืนนี้เท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้นอกวังมีคนจำนวนมากที่ออกมาประท้วง ไม่รู้จะมีกองกำลังไหนบุกเผ่านารึเปล่า?” ขุนนาง กล่าว

“ประชาชนจะมองข้าด้วยสายตายังไง จะมองว่า ข้าเป็นคนขี้ขลาดที่เอาแต่หลบหนีรึเปล่า?”

“ไม่พ่ะย่ะค่ะ ประชาชนต้องเข้าใจ ว่าพระองค์ต้องจากไปเพื่อให้ปกป้องโชซอนเอาไว้ จากพวกญี่ปุ่นพ่ะย่ะค่ะ” รัชผู้สืบสกุล ทูล

“งั้นเหรอ กำหนดไว้คืนนี้ใช่มั้ย?” พระเจ้าโกจง ตรัสถาม

โดยัง กำลังดูแหวนของแม่อยู่ นาโอ เผ่านาเห็นจึงหยิบไปดู

“ขอโทษด้วยนะ นี่เป็นแหวนของแม่ผมน่ะ” โดยัง รีบหยิบกลับ

“อ๋อ แต่ก็ไม่เห็นต้องกระชากนี่นา ฉันตระหนกตกใจหมดเลย” นาโอ

“ขอโทษครับ”

“อ้อ คุณยุ่งอยู่รึเปล่า มานี่สิ มานี่เดี๋ยวนึงนะ มานี่เร็ว นาโอ บอก

“มีอะไรเหรอ?”

“แต่นแต๊น”

“นี่อะไรน่ะ?” โดยัง ถาม

“เป็นของขวัญ ที่ท่านพ่อของฉันให้มา”

“เจ้านี่คือ เครื่องเอกซเรย์ใช่มั้ย?”

“ชอบรึเปล่าล่ะ?” นาโอ ถาม

“ชอบสุดสุดเลยล่ะ ต้องชอบสิ ฮะๆๆ” วาตานาเบ้ เผ่านา

“ท่าน ผอ.”

“ฮะ จากนี้ไปโอกาสการตรวจผิดพลาดของเรา ก็จะลดลงไปมากเลยทีเดียว ฮะ ๆ ๆ อา… ฝากกล่าวขอบคุณป๊ะป๋าของคุณหนูนาโอโกะด้วยนะ ต้องรบกวนฝากขอบคุณ ไปถึงท่านด้วย” วาตานาเบ้ กล่าว

“ค่ะ อีกไม่นาน เดี๋ยวท่านก็จะมาที่โชซอนแล้วค่ะ เค้าจะมาหาแพทย์เบ๊กโดยังน่ะ”

“โอ้ อย่างนั้นเหรอครับ อา แบบงี้คงต้อง…หมั่นประจบแพทย์เบ๊กไว้ซะแล้วสิ ฮะ ๆ ๆ เอ่อ ได้ยินว่า ตอนนี้พ่อของคุณหนูนาโอโกะ ได้เลื่อนตำแหน่งแล้วใช่มั้ยครับ ตอนนี้ท่านเป็นอะไรเหรอ?

“รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ” นาโอ กล่าว

“รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ อา อ้อ ถ้างั้นเราก็ ยิ่งต้องทำหน้าที่ให้ดีสิ”

“อืม ฮิ ๆ”

“เอ่อ แพทย์เบ๊ก คุณรู้จักเจ้ากรมอียงอิกรึเปล่า?” วาตานาเบ้ ถาม

“เคยได้ยินชื่อของเค้ามา”

“คือตอนนี้เค้ามีอาการของเส้นเลือดขอดอยู่ คุณสามารถทำให้เค้ามาผ่าตัด…ที่โรงพยาบาลฮันซองของเราได้รึเปล่า เพราะถ้าไม่ได้มาผ่าตัดที่นี่…เค้าคงจะไปผ่าตัดเส้นเลือดที่เจจุงวอน”

ซ๊อกรันเล่าเรื่องโดยัง ให้กับพ่อฟัง

“คุณชายเบ๊กพูดอย่างนั้นจริงเหรอ?”

“ค่ะ ท่านบอกว่าเจจุงวอนก็ถูกจับตาอยู่”

“นี่ เจ้าบอกว่า คุณชายเบ๊กโดยังบอกเจ้ามาเหรอ?” แม่ซ๊อกรัน กล่าว

“เอ้อ เรื่องใหญ่แล้วสิ”

“ก็ต้องเป็นเรื่องใหญ่สิคะ คนที่ไม่รู้ว่าเป็นหรือตายจู่จู่ก็โผล่มา”

“ท่านพ่อคะ ท่านมีเรื่องอะไรเหรอคะ?”

“แหม ท่านพ่อของเจ้าคงกำลังตระหนกตกใจอยู่น่ะ แม้กระนั้น คุณชายโดยังตอนนี้อยู่ที่ไหนเหรอ?”

“ข้าจำเป็นจะต้องออกไปสักหน่อย” ใต้เท้ายู กล่าว

“งั้นไปหาเค้าด้วยกันนะ?”

“ซ๊อกรัน เจ้าต้องรีบไปที่เจจุงวอน บอกให้แพทย์ฮวาง ยกเลิกแผนการในวันนี้ทั้งหมด”

“แผนการอะไรเหรอคะ?”

“เจ้าอย่าเพิ่งจะถามเลย รีบไปทำตามที่พ่อบอก รีบไปเร็วเข้า”

“ท่านพี่ ทำไมให้ไปเจจุงวอนล่ะคะ ไม่ใช่จะไปหาคุณชายเบ๊กด้วยกันเหรอคะ? ไปที่ไหนคะเนี่ย ไปด้วยกันดีมั้ย?”

“ท่านแม่คะ ท่านพ่อไม่ได้ไปหาคุณชายเบ๊ก”

“อ้าวเหรอ งั้นจะไปที่ไหนล่ะ?”

โดยัง มาหาใต้เท้าอียงอิก ตรวจดูอาการป่วย

“ถ้าท่านห่อเท้าเอาไว้อย่างนี้ น่าจะรู้สึกดีขึ้นหน่อย”

“ตอนนี้เจ้าแปลงเป็นหมอแล้ว แทบไม่ต้องการจะเชื่อเลย” อียงอิก กล่าว

“แต่เดิมข้าก็เรียนอยู่ที่เจจุงวอน ตอนหลังไปเรียนต่อต่างประเทศ ข้าไปเรียนที่ญี่ปุ่น”

“อ้อ งั้นเหรอ คงจะลำบากไม่น้อยสิ”

“ความลำบากที่จะเจอคงจะมากกว่า เพราะข้าอยู่ที่โรงพยาบาลฮันซอง”

“นี่เป็นความจริงเหรอ?”

“เป็นความจริงครับ” โดยัง กล่าว

“ทำไมเจ้าถึงได้ทำแบบงี้ล่ะ หรือเจ้าไม่สนใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโชซอนเลย”

“ข้าไม่ได้คิดอะไรมากหรอก ข้าก็แค่ ต้องการจะเรียนวิทยาการแพทย์ที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด ถึงแม้จะเป็นกับศัตรู สิ่งที่ควรร่ำเรียนก็ควรจะเรียน ท่านไปที่โรงพยาบาลฮันซองสักรอบสิ ท่านหายใจค่อนข้างถี่ มันดูไม่ดีกับสุขภาพของท่านเลยนะ ข้าจะใช้อุปกรณ์ที่ทันสมัย ตรวจสุขภาพให้คุณเองครับ” โดยัง กล่าว

“ท่านเจ้ากรมครับ ล่ามยูมาขอพบท่านครับ”

“ให้เค้าเผ่านา”

“โอ้” ใต้เท้ายู ตระหนกตกใจที่พบโดยัง

“ใต้เท้ายู” โดยัง เรียก

“คุณชายโดยัง ทำไมถึงได้…”

“คือข้าได้ยินว่าใต้เท้าเจ็บขา จึงมาเยี่ยมน่ะ เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อน พวกท่านคุยกันไปก่อนนะ” โดยัง กล่าวแล้วออกไป

“ไปเถอะ ขอบใจมาก เชิญนั่ง อา…เค้าได้ยินว่าไม่สบายจึงมาเยี่ยม แต่ท่าน มาหาข้ากลางดึกทำไมเหรอ?”

“แผนการในคืนนี้ จำเป็นต้องยกเลิกครับ ที่เจจุงวอน ถูกคนเฝ้าจับตาอยู่ ถ้าพลาดไปจะยิ่งแปลงเป็นเรื่องใหญ่ เราต้องคอยสังเกตการณ์สักพัก แล้วค่อยเลือกวันดำเนินการ กันใหม่อีกทีครับท่าน” ใต้เท้ายู รายงาน

ฮวางจอง ชวนหมอโกออกเดินทาง ซ๊อกรันมาถึงมองว่าผิดปกติ จึงถามว่าจะไปไหนกัน

“ไม่มีอะไรหรอกครับ” ฮวางจอง ปฏิเสธ

“นี่ดูเหมือนไม่มีอะไรงั้นเหรอ? แพทย์โกใส่ชุดอย่างงี้มันต้องมีอะไรแน่” ซ๊อกรัน กล่าว

“แฮ่ม”

“ไม่ว่าจะไปที่ไหน ตอนนี้ยังไปไม่ได้ ท่านพ่อบอกว่า ให้ยกเลิกแผนการในวันนี้ไปก่อน”

“เกิดอะไรขึ้นหรือครับ?” ฮวางจอง ถาม

“เพราะเจจุงวอนถูกจับตาอยู่น่ะ”

“งั้นเรา ก็ไปกำแพงฝั่งที่ไม่มีใครเฝ้าก็ได้นี่” ชักแท กล่าว

ฮวางจอง เล่าแผนที่จะพาพระเจ้าโกจงเสด็จหนีไปที่สถานทูตรัสเซียให้ซ๊อกรันฟัง “วันนี้จัดเป็นโอกาสที่ดี คราวหน้าก็ไม่รู้ว่าจำเป็นจะต้องรอกันไปถึงเมื่อไหร่?”

“ดึกป่านนี้มาทำอะไรกัน” โอ เผ่านาถามเมื่อเห็นจับกลุ่มคุยกันอยู่

“ท่านกลับมาจากวังใช่รึเปล่า?” ฮวางจอง กล่าว

“ใช่แล้ว แต่ก็ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ควรจะทำยังไงต่อไป”

“พรุ่งนี้เราก็ต้องไปต่อ เราจะยอมแพ้ไม่ได้นะ”

“อะไรกันใครว่าข้าจะยอมแพ้ แต่บัณฑิตอย่างเราจะไปต่อต้านพวกทหารญี่ปุ่นได้ยังไงล่ะ?” โอ กล่าว

“ก็เอาตัวของเราเข้าขวางสิ ก็แค่ปืน ลูกผู้ชายจำเป็นที่จะต้องยอมเจ็บเพื่อให้รักษาอุดมการณ์เอาไว้”

“พวกทหารญี่ปุ่น? ขุนนางกลุ่มนั้นถูกเนรเทศไปแล้วนี่” ฮวางจอง กล่าว

“ก็ใช่ แต่ได้ยินว่าวันพรุ่งนี้ จะมาเพื่อให้หยุดการประท้วงของเรา”

โก แนะนำให้ฮวางจองหยุดแผนการไว้ ตามคำแนะนำของล่ามยู

“ถ้ารอถึงพรุ่งนี้อาจจะไม่มีโอกาสแล้ว พรุ่งนี้ทหารญี่ปุ่นจะกลับมาแล้ว” ฮวางจอง กล่าว

“ก็บอกแล้วไงว่าปีนกำแพงไปก็จบ” ชักแท กล่าว

“ไม่ได้ ๆ เราจำเป็นที่จะต้องเดินออกไปอย่างเปิดเผย ทำลับ ๆ ล่อ ๆ ถ้าใครเห็นเข้า ก็จะเกิดสงสัยว่าเราออกไปทำอะไรกัน แต่ถ้าเราออกไปอย่างเปิดเผย เค้าก็จะคิดว่าเป็นการไปตรวจรักษาเหมือนที่เคยทำ” ฮวางจอง กล่าว

“ท่านหมายความว่า วันนี้จะดำเนินแผนการต่อไปเหรอ?” ซ๊อกรัน กล่าว

“ใช่ หลังเข้าวังถ้าหากเกิดผิดพลาดอะไร ก็จะแบกเอาคนไข้นางกำนัลออกมาแทน” ฮวางจอง กล่าว

“งั้นต้องเอาฤกษ์เอาชัยก่อน เราเข้าวังกันเถอะ”

“งั้นข้าจะไปกับท่านด้วย” ซ๊อกรัน กล่าว

“ท่านไปไม่ได้” ฮวางจอง กล่าว

“ตรวจนางกำนัลจะไม่มีหมอหญิงได้ยังไง ข้าไปจะได้ไม่ถูกสงสัย”

“ที่พูดมาก็มีเหตุผลนะ” ชักแท กล่าว

ฮวางจอง และพวกออกมา ก็คิดว่ามีคนสะกดรอยตามมา จึงบอกให้ทุกคนอย่าหันหน้ากลับไป เดี๋ยวจะถูกสงสัย จากนั้นก็เดินทางถึงวังหลวง

“ฝ่าบาท ถ้าไม่สวมฉลองพระองค์นี้ จะเสด็จออกไปจากวังไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ” ขุนนาง กล่าว

“ข้าเป็นถึงเจ้าแผ่นดินนะ จะให้ข้าทำแบบงี้ได้ยังไง”

“นั่นสิ อย่าบีบให้เสด็จพ่อต้องเสียเกียรติแบบงี้เลย” รัชผู้สืบสกุล ตรัส

“ฝ่าบาท พระอาญามิพ้นเกล้า แต่หากพระองค์ยังอยู่ในนี้ พระองค์อาจต้องเสียพระเกียรติมากกว่านี้ก็เป็นได้ บุรุษยอมทนต่อการถูกหยาม ยอมลอดใต้หว่างขา เพราะเห็นแก่ส่วนรวมนะพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท โปรดพิจารณาด้วยพ่ะย่ะค่ะ” ฮวางจอง ทูล

“ทนความอัปยศรึ ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้วสินะ รัชผู้สืบสกุล เจ้าจงอย่าได้ลืม ช่วงเวลาอย่างนี้เชียวล่ะ” พระเจ้าโกจง ตรัส

“พ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ”

เมื่อขบวนของฮวางจองออกจากวัง คิมโทนที่ซุ่มอยู่ ก็สั่งให้ทหารญี่ปุ่นเข้าตรวจ

“จะไปไหน?”

“เราจะนำนางกำนัลที่ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาลเจจุงวอน” ฮวางจอง กล่าว

“เรื่องนี้จะจริงรึเปล่า มันคงต้องทำการตรวจทานกันก่อน พวกเจ้าอาจจะแอบขโมยเงินทองออกไปจากวัง ไหมในนั้น ก็อาจเป็นพระราชากับรัชผู้สืบสกุลก็ได้” ทหารญี่ปุ่น กล่าว

“พวกเจ้าเป็นบ้าไปแล้วเหรอ พระราชากับรัชผู้สืบสกุลจะมาอยู่บนเกี้ยวนี้ได้ยังไง?” ซ๊อกรัน กล่าว

“เราจึงควรรีบไปที่เจจุงวอน โปรดหลีกทางให้เราด้วย” ฮวางจอง กล่าว

“ข้าเตือนพวกเจ้าแล้วนะวางเกี้ยวลงซะ” ทหารญี่ปุ่น สั่ง

“แต่นี่เป็นคนไข้ฉุกเฉิน เราจำเป็นต้องรีบไป” ซ๊อกรัน กล่าว

“ยังอีก.. ข้าบอกให้วางเกี้ยวลง”

“ขอโทษที รบกวนหน่อยนะ นี่มันกลิ่นอะไรเนี่ย ถึงกับฉี่แตกเลยเหรอ?” คิมโทน กล่าว

“บอกแล้วไงว่านั่นเป็นคนป่วย” ฮวางจอง ตอบ

“คนที่อยู่ในเกี้ยวตอนนี้ ป่วยเป็นโรคไทฟอยด์อยู่นะ” ซ๊อกรัน กล่าว

“ไม่ใช่คนป่วยอะไรหรอก อา…อา…หืม กลิ่นนี่ เหม็นชะมัดยาดเลย” คิมโทน กล่าว“แอบเปลี่ยนชุดมาเหรอ หึ ๆ ๆ ดูเหมือน ๆ กันนี่ งั้นก็ช่วยเปิดผ้าคลุมหน่อยได้มั้ย?” ทหารญี่ปุ่น ถาม

“อึ้ย ฟู่…เฮ้อ หรือจะทิ้งลูกแล้วเอาตัวรอดไปคนเดียว”

“นั่นสินะ ต้องมีอันนึงเป็นของจริงแน่”

“ฮัดเช่ย” หญิงคนหนึ่งไอจาม

“รีบไปล้างหน้าดีมากยิ่งกว่า เดี๋ยวจะติดโรคเอานะ” ซ๊อกรัน ขู่พวกญี่ปุ่น

“บ้าเอ้ย ไปเร็ว” ทหารญี่ปุ่น กล่าว

“เอ่อ เดี๋ยว นี่…ไอ้บ้าเอ้ย” คิมโทน ไม่พอใจ

“ไปกันได้ ฝ่าบาท เราออกจากวังแล้ว พ่ะย่ะค่ะ” ฮวางจอง กล่าว

“พวกเจ้าได้ช่วยชีวิตข้าเอาไว้” พระเจ้าโกจง ตรัส

“ไม่ได้พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท เราเพียงแค่ทำตามหน้าที่เท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ”

“ข้ารู้สึกละอายนักที่ต้องให้พวกเจ้า มาทำในสิ่งกลุ่มนี้เพื่อให้ช่วยเหลือข้า”

“ไม่ได้พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท กระหม่อมต่างก็เป็นขุนนางในพระองค์ พระองค์อย่าทรงวิตกไปเลย ขอให้พระองค์รักษาพระวรกาย เพื่อให้ฟื้นฟูแผ่นดินของเราขึ้นมาใหม่” ฮวางจอง ทูล

“นั่นสิ ข้าจำเป็นจะต้องทำให้ได้ ข้าควรต้องเข้มแข็งมากกว่านี้ ต้องเข้มแข็ง เพื่อให้ต่อกรกับไอ้พวกญี่ปุ่น”

ที่สถานทูตรัสเซีย ฮวางจอง และพวกส่งเสด็จพระเจ้าโกจงอย่างปลอดภัย

“เป็นพระราชากลับต้องไปซ่อนตัวในสถานทูตชาติอื่น น่าสงสารจริง ๆ” ฮวางจอง กล่าว

“แต่พระองค์ ก็ทรงมีพระปณิธานที่ยังแน่วแน่อยู่ ทุกอย่างมันจำเป็นที่จะต้องดีขึ้นแน่” ซ๊อกรัน กล่าว

“อย่างน้อยวันนี้ ก็มีเรื่องที่น่ายินดีอยู่บ้าง ข้าถือโอกาสได้ชดเชยพระมหากรุณาธิคุณ ข้ารู้สึกดีใจมาก” ฮวางจอง กล่าว

“ข้าเองก็รู้สึกดีใจมาก เพราะมีโอกาส ทำเรื่องแบบงี้กับแพทย์ฮวางน่ะ”

“ข้าก็รู้สึกเหมือนกัน”

พระเจ้าโกจงเรียกเหล่าขุนนางมาประชุม

“ขุนนางทุกคนจงฟัง คำสั่งของข้าให้ดี”

“พ่ะย่ะค่ะ พวกกระหม่อมขอน้อมรับพระบัญชา”

“พวกโจรชั่วที่สมคบญี่ปุ่นเพื่อให้มาก่อความวุ่นวาย เสนา คิมฮงจี ชองยังฮวา ยกอิลจุน โชฮีอึน จางบัก ให้ไล่ออกจากตำแหน่งให้หมด แล้วเอาตัวไปขังในคุก”

“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท กระหม่อมน้อมรับพระบัญชา”

“แล้วหลังจากนั้นก็ตั้งคิมยงซิก ให้ขึ้นเป็นเสนาบดีโชวอนคนใหม่”

“เป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่งพ่ะย่ะค่ะ” ยงซิก น้อมรับบัญชา

“ส่วนใต้เท้าอียงอิก ให้ไปเป็นเจ้ากรมต่างประเทศ”

“เป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่งพ่ะย่ะค่ะ”

“ข้าจะยกเลิกราชโองการที่กำหนดให้มีการตัดผม ดังนั้นไม่จำเป็นต้องตัดผมและก็ได้ อีกอย่าง ไปสืบหาคนที่มันหยามพระเกียรติพระมเหสี พวกเจ้าต้องช่วยล้างแค้นให้ข้ากับพระมเหสี”

“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท พวกกระหม่อมน้อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”

เพื่อให้นโด บอกกับชักเทว่า พระเจ้าโกจงสามารถรอดจากการคุกคามของพวกญี่ปุ่นไปอยู่ในสถานทูตรัสเซียแล้ว

“โอ้ว มีเรื่องแบบงี้จริง ๆ เหรอครับ?” ชักแท ถาม

“เชอะ เจ้านี่มันตามข่าวไม่ทันเลยนะ ฝ่าบาททรงแบกรัชผู้สืบสกุลขึ้นบนหลังพระองค์ และก็คอยหลบลูกปืนของศัตรู เฟี้ยว ๆ ๆ จนสามารถเข้าไปในสถานทูตรัสเซียได้”

“อ้อ แล้วนี่ท่านกำลังจะเอาไม้ไปไล่ตีสุนัขที่ไหนเหรอครับ?”

“เจ้ามันโง่จริง ๆ หลังจากฝ่าบาท เสด็จเข้าสถานทูตก็มีรับสั่งให้จับตัวเจ้าคิมฮงจี ชองยังฮวา กับกลุ่มพวกโจรขายชาติพวกนั้นให้สิ้นซาก ดังนั้นข้ากำลังจะไปร่วมกันจับโจรชั่วพวกนั้นกับทุกคน”

“โอ้วข้าน้อยมีตาหามีแววไม่จริง ๆ ครับ ท่านต้องไปจับโจรพวกนั้นให้ได้นะครับ อืมๆ อย่าโดนจับเองละกัน เชิญ”

ทูตญี่ปุ่นสั่งนำตัวทหารที่ปล่อยฮวางจองและพวกไปมาลงโทษ

“โปรด…โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย”

“นี่เจ้ากลัวโรคระบาดขนาดนั้นเชียวรึ ถ้าหากเจ้า เป็นคนรอบคอบกว่านี้หน่อย ก็น่าจะวิเคราะห์จากสีหน้าของพวกคนแบกเกี้ยวได้ ตอนนี้รู้มั้ยว่าสภาพการณ์เราเป็นยังไง กลุ่มหนุนญี่ปุ่นถูกทำลายย่อยยับ เสนาคิมฮงจี ผู้ดูแลการทหารชองยัง ฮวาต่างต้องตาย คนที่เหลือก็ไม่รู้ว่าไปหลบอยู่ที่ไหนหมด เจ้าเลือกเองละกัน ว่าจะยอมตายอยู่ในนี้ หรือว่าออกไปถูกยิงเป้า”

“ไว้ชีวิตข้าด้วย อึ้ก…”

“ตะ…ตอนนี้ก็เหลือ แค่วิธีสุดท้ายแล้วครับ” วาตานาเบ้ กล่าว

“วิธีไหนล่ะ?”

“ใช้การแพทย์ดึงใต้เท้าอียงอิก หัวหน้ากลุ่มหนุนรัสเซียมาเป็นเรา ไฮ้ เบ๊กโดยังจึงควรทำเรื่องนี้สำเร็จแน่”

คูฮอน โวยวาย โซซา ที่ตื่นสายเลยสั่งให้รีบตื่นเร็ว ๆ

“ก็ท่านทำให้ข้าไม่ได้หลับนอน…อา…” โซซา บ่น

“ฮะ ๆ ๆ โดยัง คราวก่อนตอนที่ข้าหารือเรื่องรับเมียรอง ผ่านาคิดดูแล้วว่าข้าเจอนางก่อนผู้จัดการโอน่ะ”

“ท่านทำดีแล้วล่ะ” โดยัง กล่าว

“เอ่อ คือหมายความว่า ไม่รู้ว่าท่านไปอยู่ที่ไหน อาของท่านเป็นห่วงจนนอนไม่หลับ จึง เอ่อ…”

“ต้องขอโทษด้วยครับ วันหน้าจะไม่มีเรื่องแบบงี้อีกแล้ว”

“นั่นสิ มันควรเป็นอย่างนั้น” คูฮอน กล่าว

“อ้อ ท่านอาครับ ท่านรู้จักใต้เท้าอียงอิกมั้ย?” โดยัง ถาม

“อ้อต้องรู้จักสิ ได้ยินว่าคราวนี้ เค้ายังได้รับตำแหน่งเป็นเจ้ากรมต่างประเทศแล้วด้วยนะ มีอะไรเหรอ?”

“เค้าอาจจะมาที่เจจุงวอน มารักษาโรคเส้น เลือดขอด แต่ข้าคิดว่าเค้าอาจมีโรคอื่นด้วย ถึงตอนนั้นก็ย้ายเค้าไปที่โรงพยาบาลฮันซองเถอะ”

“หา อ้าว ทำไมล่ะ?”

“หลายวันก่อนตอนข้าไปรักษาให้ที่จวน คิดว่าที่เจจุงวอนน่าจะรักษาอาการของท่านไม่ได้” โดยัง กล่าว

“อืม อ้อ รู้แล้ว ๆ เข้าใจแล้ว”

“เพื่อให้สุขภาพของท่านเจ้ากรม อย่าลืมทำตามที่บอกล่ะ”

ใต้เท้ายู เผ่านาคุยกับฮวางจอง หลังทำงานสำเร็จ

“แพทย์ฮวาง คงจะเหนื่อยมากสินะ ถ้าหากทำตามที่ข้าสั่ง โดยการย้ายไปวันอื่น การไปหลบในสถานทูตคงไม่มีวันจะสำเร็จแน่”

“ท่านตัดสินใจได้ดีจริง ๆ” ซ๊อกรัน กล่าว

“การให้พระราชากับรัชผู้สืบสกุลเปลี่ยนฉลองพระองค์ก่อน นี่เป็นความคิดของซ๊อกรันเค้าน่ะครับ”

“หา นี่เจ้าก็ตามไปด้วยเหรอ?” แม่ซ๊อกรัน ถาม

“เอ่อ เรื่องเป็นอย่างงี้ค่ะ พอข้าได้ยินแผนก็คิดว่าทำอย่างนี้น่าจะเหมาะกว่า ข้าก็แค่บอกไปตามที่คิดได้เท่านั้นเอง”

“เฮ้อ…” ใต้เท้ายู ถอนหายใจ

“แหะ แต่มันก็ออกมาดีนี่”

“แพทย์ฮวาง มันเกินไปแล้วนะ ที่อันตรายแบบนั้นพาซ๊อกรันไปด้วยได้ยังไงกันเนี่ย?” แม่ซ๊อกรัน โวยวาย

“ขอโทษด้วยครับ”

“อะไร…ไม่ได้ดังใจข้าเลย”

“ท่านแม่ก็…”

“รู้มั้ยว่าเลี้ยงเจ้ามามันลำบากมากแค่ไหนน่ะ?”

“นี่ ๆ ที่รัก นี่…”

“ท่านแม่คะ”

“อย่าไปสนเค้าเลย ดื่ม” ใต้เท้ายู กล่าว

หลังจากฮวางนั่งดื่มกับใต้เท้าเสร็จ ซ๊อกรันก็เดินออกมาส่ง

“แม่ข้าก็เป็นคนที่เจ้าอารมณ์อย่างงี้แหละ”

“เรื่องนั้นข้าเข้าใจ”

“แต่ตั้งแต่มักเซงไปแล้ว ข้าเองก็มัวยุ่งอยู่แต่ที่เจจุงวอน ท่านจึงขี้บ่นขึ้นเยอะน่ะ ดูท่าตัวข้ากับแพทย์ฮวาง คงต้องหาเวลาคุยกับท่านบ่อย ๆ ท่านจะได้ไม่เบื่อไง”

“เรื่องนี้ไม่มีปัญหา ผ่านั่นใจว่าทำได้แน่”

“ที่นี่มีร้านถ่ายรูปด้วย”

“จะลองเข้าไปดูมั้ยครับ?” ฮวางจอง ถาม

“มาและจากนั้นก็ต้องถ่ายสักใบสิ ก็ผ่านีรูปอยู่แค่ใบเดียวนี่ เป็นรูป ที่หมออัลเลนถ่ายไว้ให้เมื่อนานมาแล้ว” ซ๊อกรัน กล่าว

“แพทย์ยู รู้ได้ยังไงล่ะ”

“ก็ ผอ.อัลเลน บอกให้คุณเอาให้ข้าไม่ใช่เหรอ?”

“แหะ ที่จริงก็ใช่ แต่มันถูกข้า ยึดไประหว่างทางน่ะ แหะ ๆ ๆ เอ๊ะ อย่ามัวพูดเลย เข้าไปกันเถอะ ข้าเอาของแพทย์ไปใบนึง วันนี้จะชดใช้คืนให้สองเท่าเลย”

“รับปากแล้วนะ” ซ๊อกรัน กล่าว จากนั้นทั้งสองก็เข้าไปถ่ายรูปด้วยกัน

โดยัง นาโอ และลูกน้อง กำลังทดสอบ เครื่องเอกซเรย์ ที่ได้มาใหม่ระหว่างนั้นแม่ของซ๊อกรันก็เผ่านาหา

“คุณชายคะ ได้ยินว่าท่านกินและจากนั้นก็พักที่นี่ ข้าจึงพกเอากิมจิมาให้ ได้ยินว่าอาหารญี่ปุ่นรสชาติออกหวาน กินไม่นานก็คงจะเบื่อแล้ว”

“แต่ข้าพึ่งจะจะกินข้าวไปน่ะครับ”

“เห็นแก่ที่ข้าอุตส่าห์นำมา ก็อย่าโยนทิ้งเลยนะ”

“ไม่หรอกครับ ต้องขอบคุณท่านมาก”

“คือข้าไม่ค่อยเข้าใจน่ะ ทำไมคุณชายโดยังถึงได้มาอยู่ที่นี่ล่ะ แต่ข้า เข้าใจได้ว่าทำไมท่านถึงได้ไปเจจุงวอนวันนั้น ไปเพราะซ๊อกรันใช่รึเปล่า ซ๊อกรันยังคง…ต้องการคนอย่างคุณชายเสมอนะคะ”

“เค้ามีแพทย์ฮวางอยู่แล้ว มีแพทย์ฮวางก็พอแล้วล่ะครับ” โดยัง กล่าว

“จะเอาแพทย์ฮวางมาเทียบกับคุณชายได้ยังไง ข้าน่ะเลือกท่านมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ท่านเองก็น่าจะรู้ นอกจากเรื่องคราวก่อน ข้าน่ะอยู่ข้างท่านมาตลอดนะ”

“ข้าต้องขอบคุณมาก แต่เรื่องนี้..”

“ท่านยังจะแต่อะไรอีกล่ะ”

“เบ๊กโดยังเค้ามี นาโอโกะเป็นคู่หมั้นแล้วค่ะ” นาโอ กล่าว

“เป็นผู้หญิงญี่ปุ่นเหรอ?”

“ใช่ เป็นผู้หญิงญี่ปุ่น”

“เอ่อ ที่นี่ มีหมอที่ชื่อเบ๊กโดยังรึเปล่า?” ชาย คนหนึ่งเผ่านาถาม

ฮวางจอง ทำการตรวจ อียงอิก ที่มีอาการปวดท้อง

“ตอนแรกท่านปวดตรงไหนเหรอครับ”

“ไม่รู้ ๆ มันปวดไปหมดทั้งท้องเลย”

“ดูเหมือนไส้ติ่งอักเสบ แต่อาการที่ท่านปวดท้องไปทั่วแบบงี้ อาจจะเป็นเพราะลำไส้ เสียดสีจนเกิดเป็นแผล”

“แล้วข้าควรจะทำยังไง”

“ควรต้องทำการผ่าเปิดพุงท้อง”

“ต้องผ่า เปิดท้องของข้าเหรอ?”

“แพทย์ฮวาง” โดยัง เผ่านา

“แพทย์เบ๊ก” ฮวางจองทัก

“ใต้เท้า ข้าเบ๊กโดยังครับ”

“อ้อ เจ้าก็มาแล้วเหรอ?”

“พอใช้ได้ยินว่าท่านไม่สบาย ข้าก็รีบมาเลยครับ”

“เค้าจะผ่าตัดเปิดท้องของข้า เจ้าว่ามันจำเป็นรึเปล่า?”

“ขอข้าดูตรวจหน่อยได้รึเปล่า?”

“แฮ่ก ๆ ๆ โอ้ย ๆ” อียงอิก ร้อง

“เจ็บรึเปล่าครับ? ตอนคลายมือรู้สึกยังไงครับ”

“แฮ่ก ๆ”

“คิดว่าคงจะเป็นแผลในกระเพาะครับ ท่านจำเป็นต้องทำการผ่าตัดจริง ๆ”

“แต่เค้าว่าเป็นที่ลำไส้นี่” อียงอิก ถาม

“ข้าคิดว่ามันน่าจะเป็นแผลที่ลำไส้มากกว่า ดังนั้นข้าคิดว่าควรต้องผ่าเปิดทางด้านขวา” ฮวางจอง กล่าว

“แต่ข้าว่าเป็นกระเพาะทะลุนะ ดังนั้นจำเป็นจะต้องผ่าเปิดจากตรงกลาง” โดยัง ไม่เห็นด้วย

“โอย…แล้วนี่ข้าควรจะเชื่อใครดีเนี่ย?”

“กระเพาะทะลุครับท่าน”

“ใต้เท้า ถ้าอย่างนั้นลองฉายแสงเอกซเรย์ที่ข้าเคยบอกดีมั้ยครับ?”

“ให้ไปโรงพยาบาลฮันซองเหรอ?”

“ข้าจะรับรองความปลอดภัยเอง ให้แพทย์ฮวางไปด้วยกันก็ได้ครับ” โดยัง กล่าว

“โรงพยาบาลฮันซอง มีเครื่องฉายเอกซเรย์ใช้แล้วเหรอ?” ฮวางจอง ถาม

“ใช่ ถ้าใช้สิ่งนั้นฉายดู จะรู้ว่าเป็นแผลที่กระเพาะหรือว่าลำไส้ ลองรับการตรวจที่แน่ๆดูดีมั้ยครับ เพราะถ้าเปิดท้องแล้วมันแก้ไขไม่ได้แล้วนะ ไปลองดูเถอะครับ”

“แพทย์ฮวาง เจ้าคิดว่ายังไงล่ะ?” อียงอิก ถาม

“ถ้าสามารถตรวจโรคได้โดยที่ยังไม่ต้องผ่าตัด น่าจะเป็นการตรวจที่ดีมากยิ่งกว่า เพราะโรคที่หมต้องการจะระบุอาการได้ สามารถใช้เครื่องฉายเอกซเรย์ ในการฉายแสงเพื่อให้ตรวจให้แน่ใจก่อนจะผ่าตัด”

ที่โรงพยาบาลฮันซอง เมื่ออียงอิก มาถึง โดยังก็ให้เขาเข้าไปยืนฉายเอกซเรย์

“โอย ๆ…แฮ่ก ๆ” อียงอิก ร้อง

“ช่วยหายใจเข้าแรง ๆ นะครับ ถ้าหากใต้เท้าเป็นแผลที่ลำไส้ อย่างที่แพทย์ฮวางบอกเมื่อครู่ รอบๆนี้ก็น่าจะไม่มีก๊าซมากขนาดนี้ เพราะถ้าเป็นที่ลำไส้ จุดที่จะมีก๊าซมาก น่าจะไปรวมตัวอยู่ที่รอบๆล่างนั่น แผลจำนวนมากทำให้เกิดก๊าซ ดังนั้นมันน่าจะมาจาก ส่วนของกระเพาะมากกว่า ปริมาณก๊าซทำให้วินิจฉัย ว่าแผลคงมาจากที่กระเพาะ”

“แพทย์เบ๊กวินิจฉัยถูกต้องแล้วครับ การฉายรังสีอย่างนี้มันแม่นยำกว่า”

“อืม ตกลง เข้าใจแล้ว ขั้นต่อไปจะทำยังไง?”

“ใต้เท้า ถ้าข้าแนะนำให้ผ่าตัด ที่นี่ท่านคิดว่ายังไงครับ ความปลอดภัยของท่าน ให้ข้าเป็นคนรับผิดชอบเองครับ”

“ใต้เท้า ข้าต้องขอโทษด้วย ที่นี่เป็นโรงพยาบาลฮันซอง ถึงท่านจะไม่สบายแต่ก็ไปผ่าที่เจจุงวอนได้ รู้ว่าท่านเป็นอะไรแล้ว ข้าก็สามารถผ่าตัดให้คุณได้” ฮวางจอง กล่าว

“แพทย์ฮวาง อย่างนี้…ไม่เป็นการขัดจรรยาบรรณไปหน่อยเหรอ คนที่วินิจฉัยถูกต้อง น่าจะเป็นคนรักษาถึงจะถูกนะ”

“งั้นท่าน ก็มาผ่าตัดที่เจจุงวอนเถอะ” ฮวางจอง กล่าว

“นี่ท่านหมายความว่ายังไง จะปล่อยให้ผู้ป่วยอาการหนักลงไปอีกงั้นเหรอ?”

“ตัวของข้าวางใจแพทย์เบ๊ก แต่ไม่วางใจโรงพยาบาลฮันซองแม้แต่น้อย ใต้เท้าเป็นขุนนางที่ภักดีต่อพระราชาและท่าน ก็ยังเป็นศัตรูกับพวกญี่ปุ่น”

“แพทย์ฮวาง ข้าเป็นหมอที่เคารพในหลักการทางการแพทย์นะ ที่นี่เป็นโรงพยาบาลและข้าก็เป็นหมอ คนไข้ก็เป็นคนไข้ ไม่มีการแบ่งว่าสูงต่ำ หรือว่าเป็นคนไข้แบบไหน คนไข้ของข้า ยังไงข้าก็ต้องรักษาเอาไว้”

“เอาล่ะ แฮ่ก ข้ารู้ว่าพวกเจ้าพูดอะไร ตอนนี้ ข้าไม่มีแรงจะกลับไปเจจุงวอนแล้ว ดังนั้นเบ๊กโดยัง เจ้าผ่าตัดให้กับข้าเถอะ และก็แพทย์ฮวาง เจ้าช่วยมาเป็นผู้ช่วยผ่าตัดให้ทีนะ”

“เป็นข้อเสนอที่ไม่เลว” โดยัง กล่าว จากนั้นก็ลงมือผ่าตัดทันที

วาตานาเบ้ รีบมารายงานทูตญี่ปุ่นเรื่อง อียงอิก

“ข้างหนุนรัสเซียอย่างอียงอิก มาผ่าตัดที่โรงพยาบาลฮันซองอย่างนั้นเหรอ?”

“นี่เป็นความจริงครับท่าน”

“มันเป็นได้เหรอ มันเป็นได้ ฮะ ๆ ๆ”

“ในห้องผ่าตัดมีหมอเบ๊กโดยังกับหมอฮวางจองจากเจจุงวอนอยู่ด้วย”

“ฮวางจอง มันมาได้ไง?”

“คงเพราะพวกนั้นจะกลัวว่า เราจะลอบรังควานอียงอิกมั้งครับ เอ่อ แต่ไม่ว่าจะยังไง เรื่องนี้จะเป็นการปรับความเกี่ยวข้องของเรากับกลุ่มหนุนรัสเซีย  และ…เป็นการพิสูจน์ว่าการแพทย์ของโรงพยาบาลฮันซองเราเหนือกว่าโรงพยาบาลเจจุงวอน”

“จำเป็นที่จะต้องฆ่าอียงอิกให้ได้” ทูตญี่ปุ่นสั่ง

“ไฮ้  อ๊ะ ไม่ทราบว่าผม…ฟังผิด ไปรึเปล่าครับ  คือ ท่านจะให้ฆ่า ใต้เท้าอียงอิกอย่างนั้นเหรอ ครับ?”

“ถูกต้องแล้ว  กำจัดเจ้าอียงอิกซะ และป้ายความผิดให้กับหมอที่ชื่อฮวางจอง”

“เอ่อ ทำไมต้องทำอย่างนั้นด้วยล่ะครับ?”

“การที่อียงอิกมาผ่าตัดที่นี่ ก็พิสูจน์แล้วว่า การแพทย์ของโรงพยาบาลฮันซองของญี่ปุ่นเหนือกว่าโรงพยาบาลเจจุงวอน ใช่รึเปล่าล่ะ?”

“เอ่อคือว่า จะว่าอย่างนั้นก็ได้”

“อีกอย่างอียงอิก ไม่มีทางที่จะทรยศโชซอนอย่างแน่ๆ  ดังนั้นถ้าเราฆ่ามันทิ้ง ก็จะเป็นประโยชน์มากกว่า จริงรึเปล่า?”

“คือเรื่องนี้ ในตอนนี้ยังมีฮวางจองจาก เจจุงวอนอยู่ภายในห้องผ่าตัดด้วย”

“ถือว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยเราแล้วนี่ไง กำจัดอียงอิกแล้ว ถึงตอนชันสูตรศพ ก็บอกว่าเป็นความผิดของฮวางจองก็จบ” ทูตญี่ปุ่น กล่าว

แทกิล ยอดพยัคฆ์นักล่า ตอนที่ 7

ตอนที่แล้วละครเรื่องนี้ทิ้งท้ายให้คนดูลุ้นว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับแทกิล แทฮา และเฮวอน เมื่อทั้งสามคนต่างก็วิ่งตรงไปยังทางแยกเหมือนกัน…

 
"แทฮา" (ขวา) อดีตแม่ทัพที่ถูกกลั่นแกล้งให้แปลงเป็นทาส รีบวิ่งไปช่วย "เฮวอน" (กลาง) อดีตทาสที่เปลี่ยนเป็นชนชั้นสูง ส่วน "แทกิล" (ซ้าย) อดีตชนชั้นสูงที่แปลงเป็นนักล่าทาส ก็วิ่งไล่ล่าแทฮามาติดๆ

นอกจากแทกิลแล้ว แทฮายังถูกชอลวุงและทางการตามล่า ขณะที่เฮวอนก็ถูกเบ็กโฮ (คนของพี่ชาย), นักฆ่าสาวยูนจี (คนของใต้เท้า เช ซากวา – เจ้าบ่าวที่คุณหนีการเข้าหอ) และแทกิล ติดตามตัวด้วยเช่นกัน ส่วนแทกิลนั้นถึงแม้จะอยู่ในฐานะผู้ล่า แต่เขาก็มีเวลาตามจับแทฮาเพียง 1 เดือน หากทำไม่สำเร็จต้องแลกด้วยชีวิต (นี่ยังไม่นับรวมอริเก่าอย่างทาสอ๊บบ๊กที่หมายหัวแทกิลอยู่่)

อีกนิดเดียวทั้งสามคนก็จะวิ่งมาพบกันตรงทางแยก จึงอดลุ้นไม่ได้ว่าแทกิลที่พลิกแผ่นดินโชซอนตามหาทาสสาวออนยอนมาตลอด 10 ปี จะสมหวังในคราวนี้หรือเปล่า (หลังปล่อยให้คนดูลุ้นเก้อมาแล้วครั้งหนึ่ง – ท้ายตอนที่ 4)

หากไม่ใช่ละครเกาหลี แทกิลคงได้พบเฮวอน (ออนยอน) ตรงทางแยก… โชคร้ายที่เฮวอนทำ 'ก้อนหินนายน้อย' ที่พกติดตัวมาตลอด 10 ปีหลุดมือ (หินก้อนนั้นเป็นตัวแทนความรักระหว่างคุณกับแทกิล) คุณจึงหยุดเก็บก้อนหิน ทำให้ถูกเบ็กโฮและลูกสมุนจับตัวเอาไว้ก่อนที่จะไปถึงทางแยก

แทฮาเห็นเฮวอนโดนกลุ่มเบ็กโฮจับตัวไว้จึงรีบวิ่งไปหา แต่แทกิลกระโดดเผ่านาขวางไว้ ทั้งคู่ต่อสู้กันในตลาดอย่างดุเดือด แต่แทฮาไม่ค่อยมีสมาธิในการต่อสู้มากนักเพราะใจจดจ่ออยู่ที่เฮวอน แทกิลรู้สึกได้ว่าแทฮากำลังสนใจบางสิ่งมากกว่าการต่อสู้  จึงหันไปดูว่าเขากำลังมองอะไร… 

สิ่งที่แทกิลเห็นคือ ผู้หญิงชุดขาวที่เดินทางมากับแทฮากำลังถูกจับตัว เขาไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใครเพราะคุณยืนหันหลังให้ แต่รู้ได้ทันทีว่าแทฮาต้องการเข้าไปช่วยผู้หญิงคนนั้น  เมื่อแทกิลหันกลับมาต่อสู้กับแทฮา เฮวอนก็หันหน้าไปมองแทฮาอีกที  คุณเห็นแทฮากำลังต่อสู้กับชายคนหนึ่งอยู่ แต่มองไม่เห็นหน้าคู่ต่อสู้ของแทฮา จึงไม่รู้เขาคือ 'อดีตนายน้อยแทกิล'

เมื่อสบโอกาสแทฮาก็เขี่ย (ถีบ) แทกิลที่ตื๊อไม่เลิกให้พ้นทาง จากนั้นก็รีบตรงเข้าไปช่วยเฮวอนทันที ระหว่างที่แทฮากำลังต่อสู้กับเบ็กโฮ นักฆ่าสาวยูนจีซึ่งยืนโพสท่าดูเหตุการณ์บนหลังคามาโดยตลอด ก็ฉวยโอกาสช่วงชุลมุนปามีดสั้นใส่เฮวอน แต่เบ็กโฮ (ซึ่งหลงรักคุณหนูเฮวอน) หันไปเห็นเข้าเสียก่อนจึงกระโดดรับมีดสั้นแทน

Silver Linings Playbook (ลุกขึ้นใหม่หัวใจมีเธอ)

เรื่องย่อ  
แพท โซลาทาโน อดีตครูชายหนุ่มผู้ซึ่งประสบภาวะล้มเหลวในชีวิต
เขาสูญเสียทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นบ้าน งานและชีวิตคู่ ความล้มเหลวในคราวนี้
ส่งผลให้เขาต้องพึ่งสถานบำบัดด้วยอาการทางจิต แต่เมื่อแปดเดือนอันแสนทรมานพ้นผ่านไป
แพทได้กลับมาอยู่บ้านอีกรอบ และมีโอกาสได้เจอน้องสาวของเมียเพื่อให้น
นามว่า ทิฟฟานี่ คุณสวย แปลกและที่สำคัญมีวิถีชีวิตและอาการป่วยที่ไม่ต่างไปจากเขาเลย
สายสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มขึ้น ภายหลังที่ทิฟฟานี่อาสาเป็นคนกลางรับส่งจดหมาย
ระหว่างแพทและเมียของเขา เพื่อให้แลกกับสัญญาอะไรบางอย่าง
ที่เปลี่ยนเป็นสายใยแห่งรักเผ่านาเติมเต็มอดีตผู้ป่วยให้เปลี่ยนเป็นคู่ชีวิตที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก

สัมผัสส่วนตัวโดยรวม

ก่อนดู  =>  เหตุด้วย Voucher ที่ได้มาฟรีและกำลังจะหมดอายุในวันที่ 28 นี้ดังนั้น หนังเรื่องนี้จึงถูกตั้งเป็นหนึ่งโปรแกรมของเดือนไปโดยปริยาย อีกอย่างก็คือ อยากลบภาพแย่ๆของการดูหนังแม่มดเมื่อวานไปแบบเร็วๆด้วย

ขณะดู  =>  พูดได้ว่าทั้งแถวนั้นเป็นของเราแต่เพียงคนเดียว (ฟินไปแล้วหนึ่งอย่าง)
ในส่วนของหนัง ต้องบอกเลยว่าเป็นหนังที่ดาราพูดเยอะมากที่สุดเรื่องหนึ่ง
แต่ไม่น่าเบื่อเลยสักนิดเดียว แถมหนังยังมีความเป็นธรรมชาติ เหมือนไม่ได้อารมณ์ไปดูหนัง
เป็นอารมณ์ที่เรากำลังนั่งอยู่ในบ้านตัวเอง แล้วดูวิดีโอที่บันทึกเรื่องราวของเครือญาติคนนึง

ความพีคของหนังเรื่องนี้คือ คุณอาจไม่สะดุดกับอะไรเลยในช่วงแรก 
แถมยังเวทนาชีวิตของตัวละคร จนคิดว่าตัวเองโชคดีมากแค่ไหนที่ยังไม่ไปไกลขนาดนั้น
หากเมื่อวินาทีของความเข้มข้นเริ่มขึ้นแล้ว…
คุณจะไม่สามารถหยุดตัวเองให้เทใจช่วยลุ้นกับความรักตรงหน้าได้เลย

หลังดู  =>  เอาแบบง่ายๆเลยแล้วกัน อย่างนี้

' คุณเข้าใจความหมายของคำว่า Silver Linings มั้ย ? 
ถ้า… "ไม่" บอกได้เลยว่า หนังเรื่องนี้จะทำให้คุณเข้าถึงมันได้อย่างงดงาม
แต่ถ้า… "เข้าใจ" ก็บอกได้อีกว่า หนังเรื่องนี้จะยิ่งทำให้คุณซาบซึ้งกับมันจนต้อง…

ใ ค ร่ ค ร ว ญ ทุ ก แ ส ง ที่ ส า ด ส่ อ ง เ ข้ า ม า ใ น ชี วิ ต เลยทีเดียว '

ส่วนตัวก็ประทับใจมาก จนต้องขอลุ้นขอเชียร์ให้หนังเรื่องนี้
คว้าออสการ์ไปให้ได้มากที่สุดในวันพรุ่งนี้  ^^

ขอบคุณข้อมูล  เมเจอร์ Smiley
ขอบคุณภาพหนัง Fanpop Smiley
เรื่องย่อ  Buacome30 Smiley