ข่าวการตายของนายเดื่องและการหายตัวไปของขุนเดชลูกชายนายเดื่อง เป็นที่ โจษจันไปทั่วสุโขทัยว่าเป็นความสามารถของพวกโจรใจบาป จ่าแท่น (วีระชัย หัตถโกวิท) ซึ่งรักและเคารพนายเดื่องเหมือนพี่ชายคิดว่าขุนเดชน่าจะยังมีชีวิตอยู่ จึงชวนคำปันซึ่งเป็นน้องสาวออกตามหา ขุนเดช แต่ทั้งคู่ก็ไม่พบร่องรอยของขุนเดช คำปันร้องไห้เสียใจทำใจไม่ได้ว่าขุนเดชจะตาย ราษฎรที่เชื่อเรื่องผีๆสางๆ พากันพูดกันปากต่อปากว่า พระขผุงคงเอาตัวขุนเดช ไปอยู่ด้วยที่เขาหลวง

10 ปีต่อมา หลวงพ่อสุขซึ่งเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ได้เลี้ยงดู ขุนเดช (วีรภาพ สุภาพไพบูลย์) จนเติบโตเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี มีความฉลาดเฉลียว โดยสามารถสอบเข้าเรียนเป็น นักศึกษาในคณะโบราณคดีด้วยคะแนนสูงสุด แต่ขุนเดชจำเรื่องราวเมื่อ 10 ปีก่อนไม่ได้ เพราะผลจากการตระหนกตกใจ กลัวจนช็อก ส่วนดาบนิลหักของนายเดื่องที่ติดตัวขุนเดชมา หลวงพ่อสุขก็เก็บรักษาเอาไว้ในกุฎิ ไม่เคยนำมาให้ขุนเดชเห็นเพราะเกรงว่า ถ้าขุนเดชจับดาบนิลนี้อีกรอบ ความโกรธแค้นเกรี้ยว กราดเช่นเดียวกันกับสัตว์ร้ายที่อยู่ในจิตใต้สำนึกของขุนเดช อย่างที่หลวงพ่อเจอในอดีตจะกลับมาสิงสู่ในร่างของขุนเดชอีกรอบ แต่หลวงพ่อก็ไม่เคยรู้ว่าหลายต่อหลายคืนขุนเดชชอบฝันร้ายเห็นภาพเศียรพระศิลาถูกตัด ซึ่งขุนดชเองก็ไม่กล้าเล่าให้หลวงพ่อฟัง เพราะกลัวว่าจะทำให้อาการอาพาธของหลวงพ่อที่ไม่ค่อยดีอยู่จะทรุดหนักขึ้น

ใกล้ๆ วัดที่ขุนเดชอาศัยอยู่เป็นโรงหล่อพระของ ลุงเถิน (ธนา สินประสาธน์) ที่เอ็นดูขุนเดชเพราะเป็นเด็กชายหนุ่มเอาการเอางานมักมาช่วยงานลุงเถินเสมอๆ แถมขุนเดชยังช่วยติวหนังสือให้ ดารา (อคัมย์สิริ สุวรรณศุข) บุตรสาวคนสวยของลุงเถิน ที่ต้องการจะสอบเข้าเรียนในคณะโบราณคดีเหมือนอย่างขุนเดช ดาราชอบค่อนขอดและงอนพ่อบ่อยๆหาว่าพ่อรักขุนเดชเหมือนลูกชาย ที่เป็นอย่างนั้นเพราะลุงเถินชอบชวนขุนเดชให้อยู่คุยเรื่องในอดีต เมื่อครั้งที่ลุงเถินเคยเป็นนักเลงเพลงดาบ โดยได้ความสามารถตีเหล็กตีดาบมาจากปู่ที่เป็นคนสุโขทัย ลุงเถินให้ขุนเดชดูดาบที่ลุงเถินกับพ่อช่วยกันตีตอนเป็นชายหนุ่ม มันคือดาบสีดำปลอดที่ด้ามและตัวปลอกทำจากเขาควายตายฟ้าผ่าซึ่งเรียกว่า ดาบนิล ที่ตอนนี้หาช่างตีอีกไม่ได้แล้ว เมื่อตอนลุงเถินเป็นชายหนุ่มๆ เคยใช้ดาบนิลออกไปมีเรื่องมีราวตามประสาวัยรุ่นเลือดร้อน ทั้งๆที่บรรพ บุรุษเคยสั่งไว้ว่าดาบนิลตีขึ้นเพื่อให้ปกป้องแผ่นดินเพียงแค่นั้นผลจึงทำให้ลุงเถินชีวิตไม่ก้าวหน้าก้าวหน้าจนเกือบตายหลายครั้ง ลุงเถินจึงเลิกเป็นนักเลงดาบ หันมาใช้วิชาความรู้ มาหล่อพระแทนเพราะไม่อยากทำบาปอีก ส่วนดาบนิลก็เก็บรักษาไว้อย่างดี ลุงเถินกลัวว่าถ้าตัวเองตายไปจะถ่ายทอดวิชาพวกนี้ให้บุตรสาวไม่ได้ จึงสอนให้ขุนเดชทั้งวิชาเชิงดาบ เชิงมวยคาดเชือก และการตีดาบไว้เป็นความรู้ติดตัว เพราะเชื่อในความเป็นคนดีของขุนเดชว่าจะไม่ใช่ในทางที่ผิด