เจจุงวอน ตำนานแพทย์แห่งโชซอน ตอนที่ 19/6

“เอ่อ ๆ ข้าต้อง ขอบคุณทุกคนมาก โดยเฉพาะท่าน ผอ.เฮรอน เป็นเพราะท่านแท้ ๆ ที่ทำ…ให้ข้ารอดชีวิตมาได้”

“เอ๊ะ?” หมอเฮรอนแปลกใจ

“ใต้เท้ายูครับ เรื่องขอบคุณไว้พูดกันวันหลังเถอะ ตอนนี้แผลท่านยังไม่หาย สภาพจิตใจก็ยังไม่ปกติ ตอนนี้ท่านควรจะนอนพักสักระยะนึงก่อน” โดยังกล่าว

“อืม ขอบใจทุกคนมาก ข้าต้องชดเชยพระคุณนี้อย่างแน่ๆ”

ฮวางจองได้โอกาสอยู่กับโดยังสองต่อสอง ก็สอบถามว่าทำไมถึงเลือกทำอย่างงี้ลงไป

“พอใช้ได้ยินแค่นั้น ท่านก็เดาออกแล้วเหรอ พอข้าได้ยินว่าท่านกับซ๊อกรันไปตามหาคนป่วยโรคผิวหนัง ข้าก็สังหรณ์ใจว่าหลักฐานแค่นั้นคงจะช่วยใต้เท้ายูไม่ได้ ดังนั้นถ้าอยากแก้ปัญหาเรื่องนี้ก็จึงควรให้หมอเฮรอนมารับรอง อย่างนี้เรื่องนี้ ก็จะน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น”

“ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ แม้กระนั้น…”

“ตอนนั้นข้าไม่มีทางเลือกอื่น เพราะข้าไม่มีทางพูดให้หมอเฮรอนยอมช่วยเหลือได้”

“แต่ ถ้าหมอเฮรอนมารู้ความจริงเรื่องนี้…”

“อย่างเลวร้ายที่สุดก็แค่ออกไปจากเจจุงวอนแค่นั้นนักศึกษาฮวางข้าไม่รู้สึกเสียใจกับการทำอย่างนี้เลย ถึงจะบอกว่าวิธีอย่างนี้มันอาจไม่ถูกต้องแต่ มันคือทางเลือกที่ดีที่สุด ต่อให้เกิดเหตุอย่างงี้ขึ้นอีกรอบ และถ้าหากคนรับเคราะห์เป็นใต้เท้ายูข้าก็ยังเลือกที่จะทำเหมือนเดิม”

โอ มาบอกคูฮอน เรื่องโดยังโกหกต่อหน้าพระพักตร์ คูฮอน กลัวเรื่องถูกเปิดโปงขึ้นมา จึงไปหายูก่อนที่จะออกจากโรงพยาบาล

“เดี๋ยวก่อน ว่าไง เพราะได้โดยังของข้า ช่วยออกหน้าหรอก เจ้าถึงได้เอาชีวิตรอดน่ะ”

“ท่านผู้จัดการ” ซ๊อกรันกล่าว

“เอ่อ ข้าเองรู้สึกขอบคุณ คุณชายโดยังมาก” ยูกล่าว

“ขอบคุณเหรอ รู้มั้ย…เพื่อให้ช่วยเจ้าออกมา เนี่ยโดยังหลานข้าถึงกับเขียนจดหมายหลอกพระราชาเชียว รู้มั้ยว่าโทษคืออะไร นี่มันโทษหลอกลวงเบื้องสูงเชียวนะ ไม่รู้ว่าบุตรสาวเจ้าไปใช้มารยาอะไรกับเค้ากันแน่ ถึงหน้ามืดตามัวแบบงี้ จะว่าไปตระกูลของเจ้านี่มันก็หน้าด้านไร้ยางอายเหลือเกิน ฮึ้ย มันน่าจะเปลี่ยนคนมาทำตำแหน่งนี้ซะจริง” 

วาตานาเบ้ เผ่านารายงานทูตญี่ปุ่น เรื่องที่ทำงานพลาด จนใต้เท้ายูได้รับการปล่อยตัว ซึ่งทูตญี่ปุ่นไม่พอใจโกรธจนความดันขึ้น

โดยังเผ่านาทำแผลให้กับใต้เท้ายู

เรื่องย่อ องค์หญิงกำมะลอ ป่วนกำลัง 3 (New My Fair Princess) ตอนที่ 3

ด้วยเฉียนหลงทรงมีพระราชประสงค์เยี่ยมเยียนพสกนิกร ทั้งยังทรงพักเปลี่ยนอิริยาบท พระองค์จึงทรงชักชวนเสี่ยวเยี่ยนจื่อ,จื่อเวย,หย่งฉี,เอ่อคัง,เบนจามิน,เอ่อไท่และพวกร่วมขบวนเสด็จประพาส ด้วยเหตุว่าไทเฮาทรงเคลือบแคลงสงสัยฐานะที่แท้จริงของจื่อเวย พระนางจึงทรงมีพระบัญชาให้ฉิงเอ๋อติดตามขบวนเสด็จประพาสเพื่อให้ปฏิบัติภารกิจลับ การนี้จึงกระทบถึงความเกี่ยวข้องของเอ่อคังและจื่อเวยขึ้นมา 

การเสด็จประพาสคราวนี้ ระหว่างทางมีเรื่องราวหลากหลาย เสี่ยวเยี่ยนจื่อ,เอ่อคังและพวกต่างผดุงคุณธรรม เมื่อพบความไม่เป็นธรรมก็จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ สั่งสอนผู้มีอิทธิพลที่ถืออำนาจบาตรใหญ่ ขุนนางท้องถิ่นที่บังคับหญิงสาวประชาชนแต่งงาน ขุนนางท้องถิ่นเรียกรับสินบนราษฎร ยกเลิกเก็บค่าคุ้มครองจากผู้มีอิทธิพล แม้ว่าการเสด็จประพาสตรั้งนี้ทำให้เฉียนหลงทรงทอดพระเนตรเห็นความทุกข์ร้อนของพสกนิกร แต่ในเวลาเดียวกันพระองค์ก็ทรงตระหนักถึงวิถีชีวิตราษฎร เป็นต้นว่า การเล่นกลองยาว ยิงธนูเลือกคู่ ปีนไม้ไผ่ชิงดอกไม้ หลากหลายกิจกรรมที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน แต่สิ่งที่มีค่าที่สุดคือการที่ได้พบกับขุนนางซื่อสัตย์สุจริตที่ยึดมั่นต่อกฎหมายทุ่มเทความรู้ทักษะเพื่อให้แผ่นดิน หย่งฉี,เอ่อไท่และเสี่ยวเยี่ยนจื่อที่มีขุนนางเช่นนี้จึงพากันวางฐานะสูงศักดิ์ลงปีนขึ้นไปซ่อมหลังคาที่ว่าการ แต่แล้วเสี่ยวเยี่ยนจื่อก็ก่อเรื่องก่อราวขึ้นอีกจนได้โดยเหยียบกระเบื้องหน้าคาแตกหักจึงแปลงเป็นเรื่องขบขันไม่ว่าเสี่ยวเยี่ยนจื่อปรากฎตัวที่ใดจำเป็นที่จะต้องเกิดเหตุเกิดราวทุกครั้ง 

เสี่ยวเยี่ยนจื่อชอบทำสิ่งใดโดยไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมาภายหลังจนเกิดเหตุที่ไม่คาดคิดอย่างมาก เมื่อเสี่ยวเยี่ยนจื่อมาถึงวัดกามเทพ ด้วยความพิลึกพิลั่นของเสี่ยวเยี่ยนจื่อ เสี่ยวเยี่ยนจื่อแอบปีนขึ้นไปบนต้นไม้กามเทพเพื่อให้ผูกผ้าแดงอธิษฐานขอพรให้ความฝันของทุกคนเป็นจริง แต่ความซุกซนของเสี่ยวเยี่ยนจื่อกลับทำให้กามเทพของชาวจีนและจูปีเตอร์ของชาวตะวันตกต้องทำงานกันมากขึ้น 

มิตรภาพระหว่างเบนจามินและหย่งฉีนั้น บัดนี้ทั้งสองเปลี่ยนเป็นคู่แข่งซึ่งแย่งชิงเสี่ยวเยี่ยนจื่อ แม้ว่าเบนจามินมีใจให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อ แต่ก็ระมัดระวังตัวไม่เคยล่วงล้ำก้ำเกินนางอะไร ครั้งหนึ่ง เสี่ยวเยี่ยนจื่อรู้สึกหึงหวงหย่งฉีขึ้นมาจนสุดที่จะทนต่อไปได้ หย่งฉีต้องการแสดงความจริงใจให้เป็นที่ประจักษ์จึงวางฐานะองค์ชายสูงศักดิ์ลงเข้าครัวตุ๋นน้ำแกงให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อ แม้ว่ารสชาติไม่สู้ดีนัก แต่ก็ทำให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อปลาบปลื้มใจ ในที่สุดเสี่ยวเยี่ยนจื่อและหย่งฉีก็ตกลงปลงใจคบหาดูใจกัน นับแต่นั้นเป็นต้นมา แม้ว่าเบนจาไม่สามารถตัดใจจากเสี่ยวเยี่ยนจื่อไปได้ แต่เบนจามินก็ยังคงทำหน้าที่เป็นองครักษ์ปกป้องคุ้มครองเสี่ยวเยี่ยนจื่อต่อไป

เจจุงวอน ตำนานแพทย์แห่งโชซอน ตอนที่ 36/6

“หะ นี่หมอเบ๊กโดยังแปลงเป็นหัวหน้าแพทย์ที่มีตำแหน่งเทียบเท่ากับหัวหน้าแผนกศัลยกรรม… โอ๊ย…”

“เอ่อ ใช่แล้วครับท่าน” คิมโทน กล่าว

“ท่านผอ.ครับ” ซาโต้ กล่าว

“ผมไม่เป็นไร”

“ท่านผอ.ใจเย็นไว้ก่อนครับ ระวังจะเกิดลมในช่องปอดท่านนะครับ” คิมโทน กล่าว

“หุบปากเสีย ๆ ของคุณได้แล้ว เฮ้อ ถึงผมจะหายใจไม่ทัน แต่มันเป็นเพราะผมโกรธต่างหาก สรุปว่าเบ๊กโดยังได้แปลงเป็นหัวหน้าแพทย์ไปแล้ว นี่ไม่ใช่ข่าวดีสำหรับเราซักเท่าไหร่?” วาตานาเบ้ กล่าว

“มันน่าจะเป็นข่าวดีของเรานะ เราจะได้ วัดความสามารถกับเบ๊กโดยังกันไปเลย”

“ไม่ใช่เลย มันไม่ใช่อย่างนั้น เพราะเบ๊กโดยังน่ะ ยังรับมือยากกว่าหมอ …ฮวางจองตั้งหลายเท่าแน่ะ”

“ก็ไหนท่านเคยบอกว่าหมอฮวางจองเก่งกว่าเค้าไงครับ?” คิมโทน ถาม

“ตอนนี้ มันไม่ได้มองกันในมุมนั้นแล้ว เพราะเบ๊กโดยังน่ะ ดูจากที่ทำการผ่าตัดที่เจจุงวอน หรือว่าท่าทีที่ปฏิบัติต่อคนที่ผ่าตัดด้วย ต้องบอกว่าความสามารถพอกับฮวางจอง แต่ที่เค้าเหนือกว่าฮวางจองคือการตัดสินใจของเค้า”

“ถ้าเอ่ยถึงเรื่องผ่าตัด ผมก็มีความมั่นใจนะครับ” ซาโต้ กล่าว

“อืม จริงอยู่ คุณเองก็ไม่เลว แต่ก็ยังสู้เบ๊กโดยังไม่ได้หรอก อา…แถมเบ๊กโดยังยังเคยอยู่ที่โรงพยาบาลฮันซองเราด้วย ดังนั้นเขาจึง…รู้จัก
เรามากกว่าใครทั้งนั้น เชอะ เท่ากับตอนนี้โรงพยาบาลของเรา ได้เลี้ยงงูเห่าให้มาเป็นภัยกับตัวเราเอง” วาตานาเบ้ กล่าว

“อืม” คิมโทน กล่าว

“แถมในตอนนี้ โรงพยาบาลเจจุงวอนใหม่ก็ใกล้จะเสร็จแล้ว ถึงตอนนั้นคงจะมีเครื่องมือการแพทย์ที่เหนือกว่าเรา พวกนั้นจำเป็นที่จะต้องก้าวล้ำเราไปไกลแน่ อ้อ แต่ที่น่ายินดีก็คือฮวางจองไม่มีทางมาอยู่ในโรงพยาบาลใหม่กับเบ๊กโดยังแล้ว ฮะ ๆ”

“เอ่อ ท่านหมายความว่า ที่ฮวางจองไปอยู่กับทหารอาสา เป็นเรื่องน่ายินดีกับโรงพยาบาลเราเหรอครับ” คิมโทน ถาม

ฮวางจองและกลุ่มทหารอาสา ประชุมคิดแผนในการกู้ชาติ
“จุดที่เราต้องรับผิดชอบตรงนี้ก็คือสถานทูตญี่ปุ่น เดิมจะโจมตีรัฐบาลรักษาการ แต่เป็นเพราะยุทโธปกรณ์ของเรายังไม่พร้อมสักเท่าไหร่ จึงปล่อยให้หน่วยอื่นไปทำแทน” ฮวางจอง กล่าว

“ไม่ ๆ ไม่นะ ข้าคิดว่ามันเป็นเรื่องดีซะมากกว่า เพราะว่าเราคุ้นเคยกับสถานทูตญี่ปุ่นดี” โอ กล่าว

“ใช่ครับ ๆ”

“แถมสภาพของเราตอนนี้ มันก็ดีขึ้นกว่าเดิมตั้งเยอะแล้ว เราได้เก็บรวบรวมกองกำลัง ที่แตกพ่ายเผ่านาในกองกำลังทหารอาสา ถ้ารวมกับกองกำลังของหัวหน้าเชด้วย ก็เพิ่มมากขึ้นมาตั้ง 20 คนแล้ว” ยกชิก กล่าว

“มีคนมาร่วมกันเยอะ พอมีข่าวว่าแพทย์ฮวางจองกลับมาแล้ว ทุกคนก็แย่งกันมาร่วมกองกำลังกันใหญ่ ตอนนี้เท่าที่ข้าได้ตรวจกองกำลัง…เรามีถึงร้อยกว่าคนแล้ว”

“ข้าต้องขอบคุณจริง ๆ แต่เป็นเพราะเรา ยังไม่เคยมีประสบการณ์การรบจริงทำให้รู้สึกห่วงอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ข้าวางใจแล้ว” ฮวางจอง กล่าว

“ดังนั้นเราจึงอยากรีบเริ่มในการทำการฝึกกองกำลังทหารอาสากลุ่มนี้โดยเร็ว ถึงแม้จะยังไม่รู้ว่ามีภารกิจอะไรรออยู่” ชายอีกคนกล่าว

“เรายังมีทหารอาสาจากต่างถิ่นที่ยังเดินทางมาไม่ถึง ภายหลังที่ทุกหน่วยได้ทำการปิดล้อมรอบๆนี้แล้ว ท่านแม่ทัพจะเป็นคนกำหนดเวลาให้เราก่อน ถึงตอนนั้นเราจะปล่อยปละไม่ได้ จำเป็นที่จะต้องเตรียมตัวให้พร้อมมากที่สุด” ฮวางจองกล่าว

Faith: สุภาพบุรุษยอดองครักษ์ ตอนที่ 1/12

ชายคนดังที่กล่าวถึงมาแล้วร้องขอชีวิต แล้วใช้ศอกดันอึนซูให้รีบไปรักษาเจ้าหน้าที่ก่อนที่เขาจะเป็นอะไรไป อึนซูตรวจดูอาการแล้วรีบวิ่งไปหยิบอุปกรณ์ผ่าตัดตามบูธต่างๆ  เมื่อเห็นอึนซูสวมแว่นขยายสำหรับการผ่าตัด ชเวยองก็ชะโงกหน้าเผ่านาดูด้วยความแปลกใจ อึนซูหันไปมองชายที่มาออกบูธเหมือนต้องการความช่วยเหลือ แต่ชายคนดังกล่าวมาแล้วข้างต้นยังคงสติแตกและร้องขอชีวิตตลอดเวลา ชเวยองจึงใช้ดาบเคาะโต๊ะแล้วเตือนว่าถ้าชายผู้นั้นตาย เขาจะเป็นรายต่อไป (แปลว่าให้ลุกขึ้นมาช่วยอึนซู) 

ระหว่างที่อึนซูกำลังทำการรักษา หน่วยคอมมานโดก็เริ่มบุกเผ่านาในศูนย์การสัมมนา ชเวยองยืนมองอึนซูรักษาคนไข้ด้วยสายตาสุดทึ่งและพึงพอใจ (คุณผู้นี้แหล่ะคือ  'เทพแห่งการรักษาโรค' ที่เขากำลังตามหา) ตำรวจจากสถานีกังนัมประกาศผ่านลำโพงว่าเขาจะโทรศัพท์เข้าไปยังเครื่องที่อยู่ข้างใน ขอให้ช่วยรับโทรศัพท์ด้วย เมื่อโทรศัพท์ดังชเวยองก็มองหาว่าเสียงดังมาจากไหน จากนั้นก็ใช้ดาบฟันโทรศัพท์ทันที

เมื่ออึนซูเย็บแผลเสร็จ ชเวยองก็เผ่านาตรวจชีพจรและบอกว่าชายคนดังที่กล่าวผ่านมาแล้วยังมีชีวิต อึนซูบอกว่าต้องรอดูอาการอีกระยะหนึ่ง แต่ชเวยองมีเวลาไม่มาก เขาจึงกวาดอุปกรณ์ทั้งหมดลงบนผ้าปูโต๊ะแล้วห่อรวมกันจากนั้นก็บอกให้อึนซูเดินทางไปกับตน อึนซูอ้างว่าคุณไม่ได้ผ่าตัดรักษาคนไข้มานานแล้ว (ตอนนี้คุณเป็นหมอศัยลกรรมตกแต่ง) แต่ชเวยองเห็นกับตาว่าคุณทำได้จึงไม่ใส่ใจ เขาเดินเข้าไปหาคุณแล้วบอกว่า หนทางข้างหน้าอาจมีอุปสรรคอยู่บ้าง ดังนั้น จึงขอให้คุณหลบอยู่ทางด้านหลังตน พูดจบชเวยองก็เดินนำหน้า เมื่อคิดว่าอึนซูไม่ยอมเดินตามทั้งยังแอบเดินถอยหลัง ชเวยองจึงเดินเผ่านาคว้าคอเสื้อแล้วลากตัวคุณออกไป

ชเวยองกล่าวว่า แค่เดินตามตนมามันจะยากอะไรนักหนา ทำไมถึงดื้อรั้นไม่ยอมทำตามที่บอก อึนซูโวยวายว่ายังไงก็ไปไม่รอดเพราะตำรวจล้อมที่นี่เอาไว้หมดแล้ว ชเวยองปล่อยคอเสื้ออึนซูแล้วบอกว่า ก็แค่ฝ่าวงล้อมออกไป จากนั้นก็ฉุดกระชากลากข้อมืออึนซูแทน ตำรวจเห็นทั้งคู่จากกล้องวงจรปิดจึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ล็อกประตู เมื่อทั้งคู่กำลังจะเดินไปที่ประตูทางออก ตำรวจก็ถือโล่เผ่านาขวาง อึนซูรีบหลบอยู่ด้านหลังชเวยอง เมื่อเห็นหน่วยคอมมานโดเคลื่อนพลเผ่านาล้อมจากทุกทิศทุกทาง อึนซูพยายามหว่านล้อมให้ชเวยองยอมมอบตัว แต่ชเวยองยังคงยืนนิ่ง เขาสะสมพลังภายในลงบนฝ่ามือ (พลังฝ่ามือพิฆาต) แล้วปล่อยพลังใส่ตำรวจ ทำให้ตำรวจหงายหลังกระเด็นไปตามๆ กัน  พลังดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วยังส่งผลให้ผนังกระจกและประตูแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ทำให้ตำรวจที่ล้อมอยู่รอบๆด้านนอกพลอยหงายหลังกระเด็นไปด้วย

Faith: สุภาพบุรุษยอดองครักษ์ ตอนที่ 6/15

ชเวยองบอกฮวา ซูอินว่า เขาอยากถามอะไรบางสิ่ง ฮวา ซูอินถามกลับว่า คำถามอะไรนะที่จะถามได้เฉพาะตอนที่คนรักนอนหลับอยู่ คุณสงสัยว่าทั้งคู่เป็นคนรักกันจริงไหม ชเวยองไม่ตอบคำถามฮวา ซูอิน แต่ถามกลับว่า "นายของเจ้าบอกให้เราเดินทางไปเกาะคังฮวา…." ฮวา ซูอินไม่ยอมแพ้จึงแทรกขึ้นว่า  "เจ้าบอกว่าเป็นคนรักกัน แต่นางกลับเรียกเจ้าว่าฆาตกร" ชเวยองยังคงพูดต่อว่า "เขาไม่มีทางเป็นห่วงพระพลานามัยขององค์ชายคยองชาง*"  ฮวา ซูอินถามต่อเรื่องเดิมว่า "ถึงอย่างนั้น นางก็ยังนอนเคียงคู่เจ้า ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น" ชเวยองพูดต่อเรื่องเดิมเช่นกันว่า "มิหนำซ้ำ เขายังไม่วางกลอุบายหลอกล่อเพื่อให้กำจัดหมอใหญ่และข้า"

ฮวา ซูอินเดินไปนั่งตักชเวยองพลางโอบคอเขาแล้วถามว่า "ความลับของเจ้าคืออะไร ผู้ชายอย่างที่เจ้าเป็น เจ้าทำยังไงถึงได้รับความไว้วางใจจากผู้หญิงอย่างง่ายดาย" ชเวยองหันไปมองหน้าฮวา ซูอินแล้วถามว่า "สุดท้ายแล้ว พระราชาคือเป้าหมายของเขาใช่ไหม" ฮวา ซูอินถามกลับอย่างยั่วยวนว่า "เจ้าไม่อยากได้ความไว้วางใจจากข้าหรือ" ชเวยองไม่สนใจฮวา ซูอิน และยังคงถามถึงเรื่องที่ตนอยากรู้ว่า "เขาต้องการอะไรจากพระราชา" ฮวา ซูอินเริ่มหมดความอดทนจึงลุกหนี พลางบ่นว่า ชเวยองเป็นคนน่าเบื่อ ที่นึกถึงแต่เรื่องการถวายความจงรักภักดีต่อพระราชาของตน ชเวยองถามว่า "เจ้าไม่รู้อะไรจริงๆ หรือ เจ้ามันก็แค่สุนัขรับใช้ที่ไม่รู้ว่าความจริงแล้วเจ้านายของตนต้องการอะไร… ข้าไม่สนใจคนอย่างเจ้าหรอก"

ฮวา ซูอิน หัวเราะแล้วบอกว่า เขาคนนั้นไม่ใช่เจ้านายแต่เป็นพี่ชายของคุณ (นับถือเป็นพี่น้อง แต่ไม่ใช่พี่แท้ๆ) แถมคุณยังเป็นน้องสาวคนโปรดอีกต่างหาก คุณจึงขอให้เขาสนใจคุณบ้าง ชเวยองไล่ฮวา ซูอินไปนอน แล้วบอกให้ไปจากที่นี่ก่อนอึนซูตื่นเพื่อให้ไม่ให้คุณตระหนกตกใจกลัว พูดจบเขาก็ทรุดตัวลงไปนั่งพิงก้อนหินแล้วหลับตา ฮวา ซูอินเดินเข้าไปหาแล้วลูบไล้แขนชเวยอง ก่อนบอกว่า  พรุ่งนี้พี่ชายคุณจะไปเข้าเฝ้าพระราชาของชเวยอง และพี่ชายคุณคงจะเอ่ยถึงชเวยองด้วย คุณรู้สึกได้ว่าในตอนนี้พี่ชายของคุณเริ่มมีความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะดึงตัวชเวยองมาเป็นพวก

เมื่อรู้ว่าคีชอลมาเข้าเฝ้าพระเจ้าคงมิน โจ อิลชินก็รีบวิ่งไปขอเข้าเฝ้า เพราะกลัวว่าพระองค์จะตกหลุมพรางของคีชอล แต่ก็ไม่อาจเข้าไปในท้องพระโรงได้เพราะถูกโทลแบและต็อกมานขวางเอาไว้

เรื่องย่อ รักใสใสของนายข้างบ้าน (My Flower Boy Next Door) ตอนที่ 5

ระหว่างที่ทงมีกำลังเล่าความหลังฝังใจอยู่นั้น หมอดูก็ส่งข้อความไปบอกเพื่อให้นด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่องว่าตนหาเหยื่อได้แล้ว และคิดว่าคงฟันค่าดูดวงจากทงมีได้อย่างน้อย 3 หมื่นวอน (ราว 800 บาท) ทงมียังคงรำพึงรำพันต่อว่าหากทุกอย่างจบลงในวันนั้นจริงๆ ก็คงดี

วันนั้น…หลังเทจุนอุ้มน้องหมากลับบ้านไปแล้ว ทงมีก็พยายามเก็บทุกอย่างเอาไว้ในความทรงจำ ก่อนกลับห้องพักคุณแวะซื้อเครื่องดื่มพร้อมกล้องส่องทางไกลสีเหลืองติดมือกลับมาด้วย พอส่องกล้องไปที่ห้องฝั่งตรงผ่าน ทงมีก็ตกตะลึงเมื่อเห็นเทจุนอุ้มน้องหมาเผ่านาในห้อง คุณจึงคิดว่ามันคือโชคชะตา หลังเล่าเรื่องเทจุนให้หมอดูฟังแล้ว ทงมีก็นึกขึ้นได้ว่าน้องหมาของเทจุนกำลังตกอยู่ในอันตราย คุณจึงลุกขึ้นแล้วรีบกลับไปดูน้องหมาทันที

อีกด้านหนึ่ง เอ็นริเก้ ยังคงคาดคั้นโซยองว่าคนที่คุณรักคือฮัน เทจุนใช่ไหม แม้โซยองจะนั่งนิ่งไม่ยอมตอบ แต่ดูจากสีหน้าท่าทางของคุณแล้วเอ็นริเก้ก็เข้าใจได้ในทันที โซยองกล่าวขอโทษเอ็นริเก้เพราะรู้ว่าเอ็นริเก้มีใจให้คุณ แต่เอ็นริเก้ไม่ตำหนิคุณสักนิด มิหนำซ้ำยังชวนคุณไปทานสปาเก็ตตี้มื้อเย็นที่ห้องพี่ชายตนในวันรุ่งขึ้นอีกด้วย

ทงมีรีบวิ่งกลับไปดูน้องหมาของเทจุนด้วยความเป็นห่วง จินรักที่พึ่งจะเลิกการชุมนุมเห็นทงมีเดินกึ่งวิ่งไปยังออฟฟิศเทลฝั่งตรงผ่านก็ได้แต่ยืนมองด้วยความรู้สึกแปลกใจ แต่สิ่งที่ทำให้เขาและดงฮุนถึงกับช็อคก็คือการที่เห็นเอ็นริเก้ลงจากรถแท็กซี่ แล้วลากกระเป๋ามุ่งหน้าไปที่ออฟฟิศเทลดังกล่าวข้างต้นเช่นกัน

ทงมีโทรฯ แจ้งตำรวจว่ามีหมาได้รับบาดเจ็บ และพยายามร้องเรียกน้องหมาที่หน้าประตูห้องของเทจุนด้วยความเป็นห่วง เมื่อหันไปมองด้านข้างคุณก็แทบช็อคเมื่อพบว่าเอ็นริเก้กำลังนั่งมองคุณด้วยความสงสัยก่อนถามว่า "ป้ามาทำอะไรที่นี่มิทราบ" ทงมีได้ยินดังนั้นจึงรีบคลานหนีด้วยความตกอกตกใจ

จินรักยืนถ่วงเวลารอทงมีหน้าตู้จดหมาย แต่ดงฮุนเร่งให้เขารีบเผ่านาในลิฟท์เพราะด้านนอกอากาศหนาว เมื่อเห็นทงมีเดินมาที่หน้าลิฟท์ ดงฮุนก็ชวนทงมีให้ขึ้นลิฟท์ไปด้วยกัน แต่ทงมีหันหลังให้และเดินเลี่ยงไปขึ้นบันไดแทน ดงฮุนถามจินรักว่าทำไมเขาถึงไม่เปิดประตูลิฟท์ค้างไว้ จินรักเลยย้อนว่าแล้วทำไมดงฮุนถึงไม่ยอมกดปุ่มเปิดประตู จากนั้นก็พูดว่าถึงยังไงทงมีก็ไม่เผ่านาในลิฟต์ (ร่วมกับคนอื่น) อยู่แล้ว เพราะนั่นไม่ใช่นิสัยของคุณ

เรื่องย่อคนเหนือฅน 8

สิงขรมีความหลังที่ไม่ดีกับเรืองเดชนัก ตามศักดิ์จริง ๆ เรืองเดชคืออาของสิงขร พ่อของสิงขรเป็นเพื่อให้นรักของเรืองเดช แต่เกิดผิดใจกัน …พ่อของสิงขรถูกฆ่าตายอย่างมีเงื่อนงำ และไม่รู้ว่าใครเป็นคนฆ่า สิงขรฝังใจว่าเรืองเดชต้องเป็นคนอยู่เบื้องหน้าการฆ่าคราวนี้ เขาเก็บมันเอาไว้ในใจรอการแก้แค้น ..เรืองเดชไม่รู้ว่าสิงขรเป็นลูกชายของเพื่อให้นรัก

          พราวฟ้าบอกกับคมว่า คุณพูดกับเรืองเดชให้เลิกทำผิดกฎหมาย และเรืองเดชก็รับปาก คมดีใจ แล้วบอกว่าเขาจะช่วยปกป้องเรืองเดชเอง ตอนนี้คมกับพราวฟ้ารักกันอย่างสนิทใจ เรืองเดชเองก็รู้และคิดว่าจะฝากฝังพราวฟ้าไว้กับคม หากเขาเป็นอะไรไป

          เรืองเดชคิดจะวางมือจากแวดวง เพราะเหตุว่าเกรงว่าพราวฟ้าจะมีอันตราย ซึ่งจะว่าไป เรืองเดชไม่มีคดีอะไรมากเท่ากับกำนันเกชา และไมค์ แต่วันหนึ่งมีคนติดต่อเอายาเสพติดของกลางมาขายให้เรืองเดช ด้วยความโลภเรืองเดชจึงตัดสินใจเดินทางไปซื้อ เขาพาคมไปด้วย แล้วขอให้คมเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ เขาบอกคมว่างานนี้จะเป็นงานสุดท้ายของเขา คิมหันต์ลอบตามไปทำข่าวโดยไม่มีใครรู้ ….โดยมีฉายแสงคอยช่วยอยู่ข้าง ๆ ถึงเวลามีกลุ่มคนลึกลับเอายาเสพติดมาขาย…การค้าขายดำเนินไปอย่างราบรื่น คิมหันต์เก็บภาพทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน คมติดร่างแหไปด้วย

          ความสงสัยในตัวเมฆาว่าเป็นใครของเนตรดาวเริ่มมากขึ้น จนกระทั่งวันหนึ่ง ทางหน่วยเหนือต้องบอกความจริงกับคุณว่าเมฆาคือใคร และต้องการให้เนตรดาวกับเมฆาร่วมมือกัน เพราะเมฆาบาดเจ็บและอาจทำงานนี้คนเดียวไม่ไหว …เป็นจังหวะเดียวกันกับสายรายงานมาว่ามีคนติดต่อขายยาเสพติดของกลางให้เรืองเดช เมฆากับเนตรดาวจึงร่วมมือกัน แต่ก่อนที่จะเริ่มงาน เนตรดาวเอารูปถ่ายที่ฉีกไปเสี้ยวที่เก็บได้จากกระเป๋าคมนำมาให้เมฆา แล้วนำมาต่อกันปรากฏว่ามันต่อกันสนิท เมฆาจึงสงสัยว่าคมเป็นอะไรกับเขาหรือเปล่า…หรือว่า…คมจะเป็นครอบครัวเดียวกับเขา

เรื่องย่อซ่อนเงารัก 2

ขวัญเอยคุยกับดุจดาวอย่างถูกคอ โดยที่ไม่รู้เลยว่าดุจดาวเป็นบุตรสาวของ แทนไท!! ที่แต่งงานใหม่กับ ยลดา ผู้หญิงที่เจ้าสัวธำรง หามาให้แทนไทตามโหงวเฮ้งผู้หญิงวาสนาดี หวังว่ายลดาจะมีลูกชายเพื่อให้เป็นผู้สืบสกุลไว้สืบสกุล แต่เหมือนโดนสาป ยลดาก็ไม่สามารถมีลูกชาย ให้ได้เช่นเดียวผู้หญิงคนอื่น ๆ ในเมื่อแทนไทไม่มีลูกชาย เจ้าสัวธำรงจึงกำหนดให้ ดุจดาวต้องแต่งงานกับเหนือเมฆ เพื่อให้สืบต่อธุรกิจต่อไป เพราะทั้งสองบ้านมีความสนิทชิดเชื้อกัน เป็นทุนเดิม ถ้าดุจดาวได้ลูกชายเจ้าสัวธำรงขอให้มาใช้นามสกุลของตนเอง แต่ดุจดาวไม่ได้รู้สึก อะไรกับเหนือเมฆไปมากกว่าพี่ชาย เหนือเมฆเองก็เช่นกันจึงถ่วงเวลาออกไปเรื่อย ๆ

หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัยใต้ฟ้าชวนขวัญมา เผ่านาทำงานที่บริษัทของเหนือเมฆ ด้วยกัน ยิ่งได้ใกล้ชิดเหนือเมฆก็ยิ่งรู้ว่าตนรู้สึกพิเศษกับขวัญมามากกว่าผู้หญิงทุกคน ติดอยู่ก็ตรง ที่ไม่กล้าแสดงออกมามากนัก เพราะรู้ว่าน้องชายอย่างใต้ฟ้าแอบหลงรักขวัญมาเช่นเดียวกัน ผิด กับขวัญมาที่ไม่เคยรู้สึกอะไรกับใต้ฟ้าเกินกว่าคำว่าเพื่อให้น แต่กลับรู้สึกพิเศษทุกครั้งที่ได้อยู่กับ เหนือเมฆ และทุกครั้งที่ขวัญมาเจอปัญหาที่ทำงาน ก็จะเป็นขวัญเอยที่เข้าไปช่วยแก้สภาพการณ์ ให้ในคราบของขวัญมาโดยที่ไม่เคยมีใครรู้ แต่ทุกครั้งที่ขวัญเอยปรากฎตัวในคราบของขวัญมา กลับยิ่งทำให้เหนือเมฆประทับใจมากขึ้นทุกที

ในที่สุดแทนไทก็ได้รู้ว่านลินมีลูกกับเค้าจริง ๆ ที่สำคัญเป็นแฝดลูกชายและหญิง อีกด้วย แทนไทต้องการตัวขวัญเอยลูกชายไปเป็นผู้สืบสกุลสืบสกุลตามที่เจ้าสัวต้องการ แม้นลินจะ ไม่ยินยอม แต่ขวัญเอยที่ต้องการจะเป็นอิสระจากแม่ที่คอยบังคับตนทุกอย่างจึงยอมไปอยู่กับพ่อใน ฐานะลูกชายที่จะได้เป็นผู้ชายจริง ๆ อย่างที่ต้องการจะเป็นมานาน ส่วนขวัญมานั้นแทนไทก็จัดการ จับคู่ให้แต่งงานกับเหนือเมฆแทนดุจดาวที่ปฏิเสธตลอดมา แม้จะรวดเร็วเกินไปแต่เพราะความ รู้สึกที่เหนือเมฆและขวัญมามีให้กัน ทั้งคู่จึงตอบตกลงทำตามที่ผู้ใหญ่ต้องการ

ดุจดาวแม้จะโล่งใจที่ไม่ต้องแต่งงานกับเหนือเมฆตามคำสั่งของผู้ใหญ่ แต่ก็ต้องตั้งหลัก ครั้งยิ่งใหญ่เมื่อผู้ชายที่ตนหลงรักอย่างขวัญเอย กลายมาเป็นพี่ชาย ที่เหมือนจะเผ่านาแย่งทุกอย่าง ไปจากตน ทั้งความรัก ความเอาใจใส่ รวมทั้งสมบัติอย่างมากมหาศาลที่เคยเป็นของตน ก็อาจจะไม่ ใช่ของตนคนเดียวอีกต่อไป ดุจดาวตั้งตัวเป็นศัตรูคู่แข่งกับขวัญเอยและขวัญมาด้วยแรงยุยงจาก ยลดาผู้เป็นแม่

ขุนเดช 2

ข่าวการตายของนายเดื่องและการหายตัวไปของขุนเดชลูกชายนายเดื่อง เป็นที่ โจษจันไปทั่วสุโขทัยว่าเป็นความสามารถของพวกโจรใจบาป จ่าแท่น (วีระชัย หัตถโกวิท) ซึ่งรักและเคารพนายเดื่องเหมือนพี่ชายคิดว่าขุนเดชน่าจะยังมีชีวิตอยู่ จึงชวนคำปันซึ่งเป็นน้องสาวออกตามหา ขุนเดช แต่ทั้งคู่ก็ไม่พบร่องรอยของขุนเดช คำปันร้องไห้เสียใจทำใจไม่ได้ว่าขุนเดชจะตาย ราษฎรที่เชื่อเรื่องผีๆสางๆ พากันพูดกันปากต่อปากว่า พระขผุงคงเอาตัวขุนเดช ไปอยู่ด้วยที่เขาหลวง

10 ปีต่อมา หลวงพ่อสุขซึ่งเป็นเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ได้เลี้ยงดู ขุนเดช (วีรภาพ สุภาพไพบูลย์) จนเติบโตเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี มีความฉลาดเฉลียว โดยสามารถสอบเข้าเรียนเป็น นักศึกษาในคณะโบราณคดีด้วยคะแนนสูงสุด แต่ขุนเดชจำเรื่องราวเมื่อ 10 ปีก่อนไม่ได้ เพราะผลจากการตระหนกตกใจ กลัวจนช็อก ส่วนดาบนิลหักของนายเดื่องที่ติดตัวขุนเดชมา หลวงพ่อสุขก็เก็บรักษาเอาไว้ในกุฎิ ไม่เคยนำมาให้ขุนเดชเห็นเพราะเกรงว่า ถ้าขุนเดชจับดาบนิลนี้อีกรอบ ความโกรธแค้นเกรี้ยว กราดเช่นเดียวกันกับสัตว์ร้ายที่อยู่ในจิตใต้สำนึกของขุนเดช อย่างที่หลวงพ่อเจอในอดีตจะกลับมาสิงสู่ในร่างของขุนเดชอีกรอบ แต่หลวงพ่อก็ไม่เคยรู้ว่าหลายต่อหลายคืนขุนเดชชอบฝันร้ายเห็นภาพเศียรพระศิลาถูกตัด ซึ่งขุนดชเองก็ไม่กล้าเล่าให้หลวงพ่อฟัง เพราะกลัวว่าจะทำให้อาการอาพาธของหลวงพ่อที่ไม่ค่อยดีอยู่จะทรุดหนักขึ้น

ใกล้ๆ วัดที่ขุนเดชอาศัยอยู่เป็นโรงหล่อพระของ ลุงเถิน (ธนา สินประสาธน์) ที่เอ็นดูขุนเดชเพราะเป็นเด็กชายหนุ่มเอาการเอางานมักมาช่วยงานลุงเถินเสมอๆ แถมขุนเดชยังช่วยติวหนังสือให้ ดารา (อคัมย์สิริ สุวรรณศุข) บุตรสาวคนสวยของลุงเถิน ที่ต้องการจะสอบเข้าเรียนในคณะโบราณคดีเหมือนอย่างขุนเดช ดาราชอบค่อนขอดและงอนพ่อบ่อยๆหาว่าพ่อรักขุนเดชเหมือนลูกชาย ที่เป็นอย่างนั้นเพราะลุงเถินชอบชวนขุนเดชให้อยู่คุยเรื่องในอดีต เมื่อครั้งที่ลุงเถินเคยเป็นนักเลงเพลงดาบ โดยได้ความสามารถตีเหล็กตีดาบมาจากปู่ที่เป็นคนสุโขทัย ลุงเถินให้ขุนเดชดูดาบที่ลุงเถินกับพ่อช่วยกันตีตอนเป็นชายหนุ่ม มันคือดาบสีดำปลอดที่ด้ามและตัวปลอกทำจากเขาควายตายฟ้าผ่าซึ่งเรียกว่า ดาบนิล ที่ตอนนี้หาช่างตีอีกไม่ได้แล้ว เมื่อตอนลุงเถินเป็นชายหนุ่มๆ เคยใช้ดาบนิลออกไปมีเรื่องมีราวตามประสาวัยรุ่นเลือดร้อน ทั้งๆที่บรรพ บุรุษเคยสั่งไว้ว่าดาบนิลตีขึ้นเพื่อให้ปกป้องแผ่นดินเพียงแค่นั้นผลจึงทำให้ลุงเถินชีวิตไม่ก้าวหน้าก้าวหน้าจนเกือบตายหลายครั้ง ลุงเถินจึงเลิกเป็นนักเลงดาบ หันมาใช้วิชาความรู้ มาหล่อพระแทนเพราะไม่อยากทำบาปอีก ส่วนดาบนิลก็เก็บรักษาไว้อย่างดี ลุงเถินกลัวว่าถ้าตัวเองตายไปจะถ่ายทอดวิชาพวกนี้ให้บุตรสาวไม่ได้ จึงสอนให้ขุนเดชทั้งวิชาเชิงดาบ เชิงมวยคาดเชือก และการตีดาบไว้เป็นความรู้ติดตัว เพราะเชื่อในความเป็นคนดีของขุนเดชว่าจะไม่ใช่ในทางที่ผิด

เพลิงตะวัน 2

จ๊ะจ๋าเริ่มทวงถามว่าเมื่อไหร่จะไล่ๆ ให้ตะวันออกไปจากบ้านสักที เพราะนับตั้งแต่ตะวันเผ่านาอยู่ที่ไร่ คุณกับ ธงไทยก็เหมือนจะห่างกันไปเรื่อยๆ ไผ่ (โอ๊ต-สุรศักดิ์ โชติทินวัฒน์) ที่แอบชอบจ๊ะจ๋าอยู่ คอยเป็นคนดูแลปลอบใจ ทั้งเป็นที่รองรับ อารมณ์ของจ๊ะจ๋าทุกครั้ง จ๊ะจ๋าเริ่มคิดหาหนทางที่จะไล่ให้ตะวันออกไปจากที่นี่ จ๊ะจ๋าหาทางกลั่นแกล้งตะวันสารพัด แต่สุดท้ายก็มาลงเอยที่คุณต้องรับกรรมเอง ในที่สุดความโกรธเกลียดก็ทำให้จ๊ะจ๋าหน้ามืดตามัว ถึงขนาดหลอกล่อ ตะวันไปให้จอม ทุกคนตามหาตะวันแต่ไม่พบ จ๊ะจ๋ารู้สึกผิด จึงชี้นำทางให้ลองไปที่รกร้างใกล้ไร่เสี่ยหมู ทุกคนรีบไป มีแต่ไผ่ที่สงสัยในตัวจ๊ะจ๋า ในที่สุดก็พบตะวันนอนสลบอยู่ข้างทาง เนื้อตัวมีร่องรอยการต่อสู้ ธงไทยพาตะวันส่งโรงพยาบาล ผลการตรวจร่างกายตะวันไม่ได้เป็นอะไรมาก และไม่ได้ถูกล่วงละเมิดอะไรก็แล้วแต่ตะวันจำอะไรไม่ได้เลย จำได้แค่เจอจอม และจอมพยายามรังควานแต่หลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้ คืนนั้นตะวันฝันแปลก ในฝันมันเบลอๆ แต่ดูโหดร้ายมาก ในฝันตะวันเห็นแววตาตัวเองดุดัน แต่หลังจากเหตุการณ์วันนั้น ดูเหมือนทุกอย่างจะดีขึ้น จอมหายไปจากชีวิตของตะวัน ไม่มีใครรู้ว่าจอมหายไปไหน แม้แต่เสี่ยหมูเอง ในวันที่ธงไทยตามหาตะวัน หาเท่าไหร่ก็ไม่พบ เขาได้รู้ใจตัวเองว่าชีวิตนี้เขาขาดผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ เมื่อตะวันหายไป เขาเหมือนใจจะขาด และเมื่อพบคุณแล้ว เขาจะไม่ปล่อยคุณไปอีกเด็ดขาด ตั้งแต่คืนนั้นทั้งคู่ ก็เหมือนเป็นเงาของกันและกัน ความหวานแผ่ซ่านไปทั้งไร่เคียงตะวัน แม่นวลรู้สึกได้เลยว่าลูกชายของตน กำลังสุขสบายที่สุดในชีวิต

เสียงกรีดร้องของจ๊ะจ๋าดังไปทั่วทุ่ง หากดอกทานตะวันมีมือคงอุดหูไปแล้ว ธงไทยตัดสินใจจะแต่งงานกับตะวัน แม่นวลเห็นดีเห็นชอบด้วย เพราะตะวันก็ไม่ได้มีอะไรที่เสียหาย ทุกอย่างที่คุณเป็นขณะนี้เกิดจากการอบรม ดูแล ของแม่นวลเอง ฉะนั้น ลูกสะใภ้คนนี้จึงถือว่าได้ดั่งใจที่สุด

ธงไทยโทรไปนัดกับ วิว (กระติ๊บ-ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล) เพื่อให้ขอเข้าไปดูชุดแต่งงาน วิวรู้สึกใจหายและแปลกใจที่อยู่ๆเพื่อให้นที่คุณแอบรัก ก็เสื่อมโทรมาบอกเรื่องแต่งงาน เจ้าสาวเป็นใครคุณก็ยังไม่เคยได้รู้จัก ธงไทยรับปากว่าจะพาว่าที่เจ้าสาวไปแนะนำให้รู้จัก ทั้งยังยังทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้กับวิวว่า ถ้าแต่งงานเมื่อไหร่ จะขอให้วิวเป็นคนออกแบบชุดให้ แต่วิวก็ไม่คิดไม่ฝัน ว่ามันจะรวดเร็วเพียงนี้ อย่างน้อยคนสนิทอย่างคุณน่าจะรู้ระแคะระคายมาบ้าง การเดินทางมากรุงเทพของตะวัน ถือว่าเป็นนัดแรก คุณดูตื่นตาตื่นใจ แววตาเป็นประกาย